ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
การใช้และการจัดการคุกกี้
ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
20-10-2568
หลายคนอาจคิดว่าเรื่อง ประกันลดหย่อนภาษี เป็นเรื่องไกลตัว หรือมองข้ามสิทธิประโยชน์นี้ไปเพราะรู้สึกว่ายุ่งยาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อเงินเดือนสูงขึ้น ภาระภาษีก็ยิ่งสูงตามไปด้วย เนื่องจากระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทยใช้วิธีเก็บภาษีแบบขั้นบันได ซึ่งหมายความว่ายิ่งรายได้มากเท่าไหร่ ภาษีที่ต้องจ่ายก็จะมากขึ้นตามขั้นบันไดรายได้
สำหรับคนที่มีเงินเดือนประมาณ 80,000 บาทต่อเดือน หรือประมาณ 960,000 บาทต่อปี จะต้องเสียภาษีประมาณ 75,000 บาทต่อปี (หักเฉพาะค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท และค่าใช้จ่ายสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท)
และหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดก็คือ "ประกัน“การวางแผนภาษีให้ถูกต้องและใช้สิทธิลดหย่อนภาษีถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการซื้อประกันชีวิตแบบทั่วไปที่มีระยะเวลาคุ้มครองไม่น้อยกว่า 10 ปี ซึ่งสามารถนำค่าเบี้ยประกันที่จ่ายจริงมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกตัวอย่างที่เห็นภาพได้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจว่าการซื้อประกันเพียง 30,000 บาท จะช่วยให้คนที่มีเงินเดือน 80,000 บาท ประหยัดภาษีได้จริง และคุ้มค่าขนาดไหน
กรณีตัวอย่าง: นาย A เงินเดือน 80,000 บาท
นาย A มีเงินเดือน 80,000 บาทต่อเดือน เท่ากับมีรายได้ต่อปีรวม 960,000 บาท สมมติว่านาย A มีค่าลดหย่อนพื้นฐานส่วนตัว 60,000 บาท และสามารถหักค่าใช้จ่ายสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท รวมแล้วเท่ากับ 160,000 บาท
สถานการณ์ที่ 1: ไม่ซื้อประกันลดหย่อนภาษี
เงินได้สุทธิ: 960,000 บาท - 160,000 บาท = 800,000 บาท
คำนวณภาษีที่ต้องจ่าย:
150,000 บาทแรก: ยกเว้น
(300,000 - 150,000) = 150,000 x 5% = 7,500 บาท
(500,000 - 300,000) = 200,000 x 10% = 20,000 บาท
(750,000 - 500,000) = 250,000 x 15% = 37,500 บาท
(800,000 - 750,000) = 50,000 x 20% = 10,000 บาท
ภาษีที่ต้องจ่ายทั้งหมด: 7,500 + 20,000 + 37,500 + 10,000 = 75,000 บาท
สถานการณ์ที่ 2: ซื้อประกันลดหย่อนภาษี 30,000 บาท
นาย A ตัดสินใจซื้อประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ โดยชำระเบี้ยประกันปีละ 30,000 บาท ซึ่งสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน
เงินได้สุทธิ: 960,000 บาท - 160,000 บาท (ลดหย่อนพื้นฐาน) - 30,000 บาท (เบี้ยประกัน) = 770,000 บาท
คำนวณภาษีที่ต้องจ่าย:
150,000 บาทแรก: ยกเว้น
(300,000 - 150,000) = 150,000 x 5% = 7,500 บาท
(500,000 - 300,000) = 200,000 x 10% = 20,000 บาท
(750,000 - 500,000) = 250,000 x 15% = 37,500 บาท
(770,000 - 750,000) = 20,000 x 20% = 4,000 บาท
ภาษีที่ต้องจ่ายทั้งหมด: 7,500 + 20,000 + 37,500 + 4,000 = 69,000 บาท
สรุปความคุ้มค่า
จากตัวอย่างนี้ นาย A สามารถ ประหยัดภาษีไปได้ถึง 6,000 บาท (จาก 75,000 บาท เหลือ 69,000 บาท) จากการซื้อประกันชีวิตที่มีเบี้ยประกันเพียง 30,000 บาท ก็สามารถนำเงินจำนวนนี้ไปลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน ซึ่งจะช่วยลดฐานภาษีและภาระภาษีที่ต้องจ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนาย A จะได้เงินคืนภาษีจำนวน 6,000 บาท แล้ว นาย A ยังได้รับ ความคุ้มครองชีวิต และ โอกาสในการเก็บเงินไปพร้อมๆ กันอีกด้วย
จะเห็นได้ว่าการทำประกันลดหย่อนภาษีไม่ใช่แค่เรื่องของการลดภาระภาษีเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางแผนการเงินที่มีประสิทธิภาพในระยะยาว ทั้งในด้านการสร้างความมั่นคงในชีวิต และการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้คุ้มค่าที่สุดอีกด้วย
นอกจากนี้ หากมีการซื้อประกันสุขภาพร่วมด้วย ค่าเบี้ยประกันสุขภาพสามารถลดหย่อนได้ไม่เกิน 25,000 บาท แต่รวมกับเบี้ยประกันชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี อีกทั้งในกรณีประกันชีวิตของคู่สมรสที่ไม่มีรายได้ สามารถนำค่าเบี้ยประกันมาลดหย่อนได้สูงสุด 10,000 บาทต่อปี และประกันสุขภาพของบิดามารดาสามารถลดหย่อนได้ไม่เกิน 15,000 บาทต่อปี โดยที่บิดามารดาต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี ทำให้สามารถวางแผนลดหย่อนภาษีสำหรับสมาชิกในครอบครัวได้อย่างครบถ้วน
สรุปแล้ว หากมีเงินเดือน 80,000 บาท และซื้อประกันชีวิตแบบทั่วไปจำนวน 30,000 บาท สามารถนำเบี้ยประกันนี้ไปลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน 30,000 บาท ภายใต้เงื่อนไขที่กรมธรรม์มีระยะเวลาคุ้มครองไม่น้อยกว่า 10 ปี และยังสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากประกันสุขภาพ รวมถึงเบี้ยประกันชีวิตและสุขภาพของคู่สมรสและบิดามารดา เพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีและความคุ้มครองในครอบครัวอย่างครบวงจรได้อีกด้วย
สำหรับผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นเลือกประกันลดหย่อนภาษีอย่างไร สามารถใช้บริการวางแผนประกันด้วยตนเอง EASY PROTECT ADVISORY บนแอป SCB EASY ซึ่งให้บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย การใช้บริการนี้จะแนะนำแผนประกันที่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินและความต้องการของแต่ละคน ทำให้การวางแผนลดหย่อนภาษีเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์ตรงตามความต้องการ ได้ทั้งสิทธิลดหย่อนภาษีและความคุ้มครองที่ตรงใจ