ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
การใช้และการจัดการคุกกี้
ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
20-10-2568
ในแต่ละช่วงวัยหรือสถานการณ์ชีวิตมีตัวเลือกประกันที่เหมาะสมแตกต่างกัน สำหรับวัยรุ่นที่เพิ่งเริ่มทำงาน การเลือกประกันชีวิตทั่วไปหรือประกันสะสมทรัพย์จะเหมาะกับการสร้างพื้นฐานทางการเงิน และใช้สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนคนทำงานที่มีครอบครัว อาจสนใจประกันสุขภาพเพื่อคุ้มครองทั้งตัวเอง ครอบครัว และบิดามารดา ส่วนคนที่ใกล้เกษียณ ประกันชีวิตแบบบำนาญเป็นตัวเลือกสำคัญที่เหมาะสม เพราะจะช่วยวางแผนเกษียณได้ทั้งในเรื่องของการคุ้มครองชีวิตและการเก็บเงินเพื่อชีวิตหลังเกษียณ โดยสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี แต่เมื่อรวมกับกองทุนอื่นๆ เพื่อการเกษียณ แล้วไม่เกิน 500,000 บาท
หลายคนอาจคิดว่าเรื่อง ประกันลดหย่อนภาษี เป็นเรื่องยุ่งยากและซับซ้อน แต่จริงๆ แล้วการเลือกประกันที่เหมาะสมไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแค่ทำความเข้าใจตัวเองและวางแผนอย่างเป็นขั้นตอน ก็สามารถเลือกได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องตามใคร และได้ประโยชน์สูงสุดทั้งเรื่องภาษีและความคุ้มครอง
มาดูกันว่า 3 ขั้นตอนง่ายๆ อะไรบ้างที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกประกันลดหย่อนภาษีได้เอง
ขั้นตอนที่ 1: สำรวจตัวเอง – คุณต้องการอะไรกันแน่ ?
ตอบคำถามพื้นฐานของตัวเองให้ได้ก่อนว่า “ความเสี่ยงที่คุณกังวลที่สุดในชีวิตคืออะไร?” คำตอบของคำถามนี้จะช่วยให้คุณเลือกประเภทของประกันได้ถูกทาง
ถ้าคุณกังวลเรื่องเจ็บป่วยบ่อยๆ หรือค่ารักษาพยาบาลที่สูงลิ่ว ประกันสุขภาพ หรือ ประกันโรคร้ายแรง ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล จะเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะนอกจากจะช่วยลดหย่อนภาษีได้แล้ว ยังช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในยามฉุกเฉินอีกด้วย
ถ้ามีเป้าหมายต้องการสร้างความมั่นคงในอนาคตอย่างชัดเจน ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ที่มีระยะเวลาคุ้มครองแน่นอนและมีเงินคืนเมื่อครบสัญญา เป็นคำตอบที่ดี เพราะประกันประเภทนี้จะช่วยให้คุณมีเงินออมก้อนใหญ่ในอนาคต สานฝันให้เป็นจริง พร้อมรับความคุ้มครองชีวิตไปในตัว
ถ้าคุณต้องการเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตหลังเกษียณ คำตอบที่ใช่คือ ประกันบำนาญ ที่ออกแบบมาเพื่อการเก็บเงินใช้หลังเกษียณโดยเฉพาะ โดยจะจ่ายเงินคืนให้เป็นงวดๆ ตามช่วงเวลาที่กำหนด ทำให้คุณมั่นใจว่าจะมีรายได้ที่มั่นคงหลังเลิกทำงาน
ขั้นตอนที่ 2: ตั้งงบประมาณ – คุณสามารถจ่ายเบี้ยไหวแค่ไหน ?
ขั้นตอนต่อไปคือการกำหนด งบประมาณ ในการซื้อประกันลดหย่อนภาษีที่สอดคล้องกับรายได้และภาระค่าใช้จ่ายของคุณ การซื้อประกันที่เหมาะสมควรเป็นไปตามหลักการที่ไม่กระทบกระเทือนสภาพคล่องทางการเงินในชีวิตประจำวัน
ให้ลองคำนวณเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายต่อปี แล้วนำมาหารเป็นรายเดือนเพื่อดูว่าอยู่ในงบประมาณที่คุณรับได้หรือไม่ โดยจำไว้เสมอว่าประกันไม่ใช่ภาระ แต่เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง การจ่ายเบี้ยประกันควรเป็นเรื่องที่สบายใจและไม่สร้างความเครียด
นอกจากนี้ การซื้อประกันแต่ละประเภทมีวงเงินลดหย่อนภาษีสูงสุดที่แตกต่างกัน ควรศึกษาข้อมูลให้ดีเพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้เต็มที่ เช่น ประกันชีวิตและสะสมทรัพย์ลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนประกันบำนาญลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท เป็นต้น
ขั้นตอนที่ 3: เปรียบเทียบและตัดสินใจ – เลือกบริษัทที่ใช่และเงื่อนไขที่ชอบ
อย่าลืม เปรียบเทียบ และเลือกบริษัทประกันที่ตอบโจทย์ที่สุด อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจซื้อกรมธรรม์แรกที่คุณเห็น ลองพิจารณาปัจจัยเหล่านี้
การใช้เวลาเปรียบเทียบข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณมั่นใจว่าได้กรมธรรม์ที่ดีที่สุดสำหรับตัวคุณเอง
การเลือกประกันลดหย่อนภาษีไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป เพียงแค่ทำตาม 3 ขั้นตอนนี้: สำรวจตัวเอง เพื่อหาความต้องการที่แท้จริง, ตั้งงบประมาณ ที่ไม่เดือดร้อน, และ เปรียบเทียบ เพื่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง คุณก็จะได้ประกันที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง และทำให้การวางแผนลดหย่อนภาษีเป็นเรื่องง่ายๆ ในทุกสิ้นปี
สำหรับผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นเลือกประกันลดหย่อนภาษีอย่างไร สามารถใช้บริการวางแผนประกันด้วยตนเอง EASY PROTECT ADVISORY บนแอป SCB EASY ซึ่งให้บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย การใช้บริการนี้จะแนะนำแผนประกันที่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินและความต้องการของแต่ละคน ทำให้การวางแผนลดหย่อนภาษีเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์ตรงตามความต้องการ ได้ทั้งสิทธิลดหย่อนภาษีและความคุ้มครองที่ตรงใจ