ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
การใช้และการจัดการคุกกี้
ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
24-09-2569
สมมติว่ามีข้อเสนอให้คุณเลือก 1 ใน 2 ทาง
ทางเลือก A: รับเงินสดทันที 10 ล้านบาท
ทางเลือก B: รับเงินปีละ 830,000 บาท นาน 40 ปี รวมเป็นเงิน 33.2 ล้านบาท
หลายคนอาจคิดทันทีว่า “33 ล้านมากกว่า 10 ล้านแน่นอน เลือก B สิ” แต่ในโลกการเงิน ตัวเลขที่เห็นไม่ใช่ตัวแปลเดียวที่ใช้ตัดสินใจ ต้องพิจารณา “มูลค่าเงินตามเวลา (Time Value of Money)” และ เป้าหมายชีวิตส่วนตัว ร่วมด้วย
ตัวเลขบอกทุกอย่างจริงหรือ?
| ทางเลือก | เงินที่ได้รับ |
|---|---|
| รับเงินสดทันที | 10 ล้านบาท |
| รับปีละ 830,000 บาท × 40 ปี | 33.2 ล้านบาท |
เมื่อเห็นตัวเลขรวม หลายคนอาจรู้สึกว่าการรับปีละ 830,000 บาทคุ้มกว่า เพราะได้เงินรวมมากกว่าหลายเท่าตัว
แต่สิ่งสำคัญที่ต้องไม่ลืมคือ เงิน 830,000 บาทในอีก 40 ปีข้างหน้า ไม่ได้มีค่าเท่ากับเงิน 830,000 บาทในวันนี้
นี่คือหลักการที่เรียกว่า Time Value of Money หรือ "มูลค่าเงินตามเวลา"
ทำไม 33 ล้าน อาจไม่ได้คุ้มกว่าเสมอไป
เงินในอนาคตมีค่าลดลงจากวันนี้เพราะ เงินเฟ้อ (inflation) และ ต้นทุนค่าเสียโอกาส (opportunity cost) เช่น เงิน 830,000 บาทที่ได้ในปีที่ 40 ไม่เท่ากับวันนี้ เพราะกำลังซื้อจะลดลงเรื่อยๆ
สมมติอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 2.5% ต่อปี
สูตรคิดมูลค่าปัจจุบัน (Present Value, PV) คือ:
คำนวณมูลค่าของเงินงวดสุดท้าย (ปีที่ 40):
หมายความว่าในปีสุดท้าย เงิน 830,000 บาทแทบซื้อของได้เท่ากับเพียง 313,000 บาทวันนี้ ทำให้ มูลค่ารวมปัจจุบันของเงิน 33.2 ล้านต่ำกว่ามากกว่าที่เห็น
หาก Discount Rate (อัตราผลตอบแทนทดแทน) อยู่ที่ 5% ต่อปี มูลค่ารวมของการรับ 830,000 บาท 40 ปี (เป็น Annuity) จะอยู่ราว 15.3-16 ล้านบาท ไม่ใช่ 33 ล้านบาท ดังนั้นตัวเลขรวม “33 ล้าน” จึงหลอกตาได้ง่าย
เงินก้อนเติบโตขนาดไหนถ้าลงทุน
หากเลือก 10 ล้านบาทวันนี้ และลงทุนในพอร์ตที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสุทธิเงินเฟ้อ 5% ต่อปี* เป็นเวลา 40 ปี
ใช้สูตรมูลค่าอนาคต (Future Value, FV):
FV = PV × (1 + r)n
FV = 10,000,000 × (1.05)40 ≈ 70,400,000 บาท
ผลลัพธ์: เงิน 10 ล้านอาจกลายเป็นมากกว่า 70 ล้านบาท ใน 40 ปี ซึ่งมากกว่าการรับแบบงวด (แม้มูลค่าปรับลดจากเงินเฟ้อก็ตาม)
*ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงสมมติฐานเพื่อประกอบการคำนวณและอธิบายแนวคิดทางการเงิน ไม่ใช่การรับประกันหรือคาดการณ์ผลตอบแทนจากการลงทุนจริง
สำหรับคนที่ยังมีระยะเวลาการลงทุนอีกยาวนาน เงินก้อนจึงเปรียบเสมือน "เมล็ดพันธุ์" ที่มีเวลามากพอจะเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่
รายได้สม่ำเสมอก็มีข้อดีในแบบของมัน
ในอีกมุมหนึ่ง หากคุณอายุ 65 ปี มีค่าใช้จ่ายประจำทุกเดือน และไม่ได้ต้องการความเสี่ยงจากการลงทุนมากนัก รายได้ปีละ 830,000 บาท หรือเฉลี่ยเกือบ 70,000 บาทต่อเดือน อาจช่วยสร้างความสบายใจได้มากกว่าเพราะ
สำหรับบางคน "ความมั่นคง" อาจสำคัญกว่า "ความมั่งคั่ง"
สิ่งสำคัญไม่ใช่ผลตอบแทน แต่คือพฤติกรรม
คำถามที่ควรถามตัวเองคือ "ถ้าได้เงินก้อน 10 ล้านบาทวันนี้ คุณจะทำอะไรกับมัน?"
เพราะในความเป็นจริง ปัญหาของคนจำนวนมากไม่ใช่การมีเงินน้อยเกินไป แต่เป็นการบริหารเงินก้อนใหญ่ไม่สำเร็จ
หากคุณเป็นคนที่
เงินก้อนมักมีข้อได้เปรียบมากกว่า
แต่หากคุณเป็นคนที่
การรับเงินเป็นงวดอาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า
เป้าหมายชีวิตก็มีผลต่อคำตอบ
หากคุณมีเป้าหมายสำคัญ เช่น
เงินก้อนอาจช่วยให้คุณดำเนินการได้ทันที
ในขณะที่การรับปีละ 830,000 บาท อาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะสะสมเงินได้เพียงพอสำหรับเป้าหมายดังกล่าว
อย่าลืมว่า "เงินเฟ้อ" ทำงานอยู่ตลอดเวลา
อีกหนึ่งเรื่องที่คนมักมองข้ามคือ กำลังซื้อของเงินลดลงทุกปี
เงิน 830,000 บาทในวันนี้ กับ เงิน 830,000 บาทในอีก 40 ปีข้างหน้า มีมูลค่าไม่เท่ากัน หากเงินเฟ้อเฉลี่ย 2.5% ต่อปี เงิน 830,000 บาทที่ได้รับในปีที่ 40 จะมีกำลังซื้อใกล้เคียงเพียงประมาณ 310,000-320,000 บาทในมูลค่าปัจจุบัน นั่นหมายความว่า แม้จำนวนเงินที่ได้รับจะเท่าเดิม แต่สิ่งที่สามารถซื้อได้อาจลดลงมากเมื่อเวลาผ่านไป
แล้วแบบไหนดีกว่ากัน?
คำตอบคือ ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องสำหรับทุกคน
คนที่อายุน้อย มีวินัยทางการเงินสูง และสามารถลงทุนได้อย่างเหมาะสม อาจได้รับประโยชน์จากการรับเงินก้อนมากกว่า
ขณะที่คนที่ต้องการความมั่นคง มีรายจ่ายประจำ และไม่ต้องการรับความเสี่ยงจากการลงทุน อาจรู้สึกสบายใจกว่ากับการรับเงินเป็นงวดต่อเนื่อง
ดังนั้นก่อนตัดสินใจ อย่ามองเพียงตัวเลขรวมปลายทางว่า "33 ล้านบาท" ดูมากกว่า แต่ควรถามตัวเองว่า "เราต้องการความมั่งคั่งสูงสุดในระยะยาว หรือเราต้องการความมั่นคงและความสบายใจในทุกปีของชีวิต?"
เพราะสุดท้ายแล้ว การวางแผนการเงินที่ดี ไม่ใช่การเลือกตัวเลือกที่ให้เงินมากที่สุด แต่คือการเลือกตัวเลือกที่สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิตของเรามากที่สุด
สรุป
เงินก้อนอาจเหมาะกับคุณ หาก
เงินรับต่อเนื่องอาจเหมาะกับคุณ หาก
ดังนั้น อย่าตัดสินจาก "จำนวนเงินรวม" เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมอง "เวลา" และ "เป้าหมายชีวิต" ควบคู่กันเสมอ
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นโดย SCB CIO ณ วันที่ 24 ก.ย. 2569 เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุนเฉพาะบุคคล ผลตอบแทนและมูลค่าเงินในอนาคตเป็นเพียงสมมติฐาน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและความเสี่ยงของการลงทุนจริง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ความเสี่ยง และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
คำเตือน