บริษัทแห่งอนาคต

เรื่อง: เอกศาสตร์ สรรพช่าง


Hi-Light:

  • ธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จในอนาคต คือธุรกิจที่ใช้นวัตกรรมต่อยอดจากทรัพยากรที่มีอยู่ ทั้งในแง่ของทรัพยากรที่เป็นสิ่งของและนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งอาจเป็นนวัตกรรมทางสังคมง่ายๆ ก็ได้
  • ทรัพยากรอย่างหนึ่งที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ คือ “ขยะ” กระดาษเหลือใช้เอย เศษวัสดุจากโรงงานอุตสาหกรรม ขยะจากโรงแรมห้าดาวหรือร้านอาหาร ฯลฯ ถ้าใครสามารถหาทางนำทรัพยากรเหล่านี้กลับมาใช้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยไปได้ไกลแน่นอน เพราะขยะในโลกมีแนวโน้มมากขึ้น และโลกในทศวรรษหน้าจะเป็นเรื่องการจัดการทรัพยากรอย่างจริงจังกว่านี้
  • บริษัท DIRTT Environmental Solution เป็นบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในที่ไม่เหมือนใครเพราะนวัตกรรม Knock down ของพวกเขาใช้เวลาสั้น ใช้คนน้อย ไม่ส่งเสียงดังและไม่เหลืออะไรทิ้ง เดิร์ตมองเห็นจุดอ่อนและพัฒนาโมดูลที่สามารถถอดประกอบเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงรูปแบบให้เป็นแบบใดก็ได้เท่าที่ลูกค้าต้องการโดยไม่มีข้อจำกัด


1

ในฐานะที่เคยเป็นสตาร์อัพกับเขามาด้วย ณ เวลานี้อยากจะบอกเหลือเกินว่า การทำสตาร์ทอัพในประเทศไทยเป็นเรื่องท้าทายมากกก (ก ไก่ล้านตัวแล้วก็ใส้ไม้ยมกเข้าไปด้วย) อุปสรรคอย่างหนึ่งของเราไม่ได้อยู่ที่ความเก่ง แต่อยู่ที่สิ่งแวดล้อมทางวัฒนธรรมที่บางครั้งไม่เอื้อให้เราคิดแบบสากลนิยมได้มากนัก ซึ่งผมว่าเป็นเรื่องใหญ่ครับสังเกตได้ว่า ประเทศที่สตาร์ทอัพไปได้ไกลคือประเทศที่มีพื้นฐานภาษาเป็นภาษาอังกฤษ ในความเห็นส่วนตัว สิ่งแวดล้อมทางวัฒนธรรมเหล่านี้สามารถนำพาไปสู่พรมแดนใหม่ๆ และวิธีที่คิดมีครรลองไปตามตะวันตก (ปฎิเสธไม่ได้ว่าเราต้องเดินตามทางนั้น) พอประเทศเราไม่ได้มีรากภาษาคล้ายๆ กัน การพัฒนาสตาร์ทอัพให้ไประดับนานาชาติมันก็ยาก เหมือนที่เขาว่าแหละครับว่า เหมือนคนที่พูดกันคนละภาษา ต้องใช้เวลาอีกหน่อยกว่าจะเดินทางไปถึง ผมคิดว่าสิ่งที่ยั่งยืนกว่าเลยคิดว่าเป็นเรื่องของ SME นี่แหละครับที่เหมาะกับบ้านเรา แค่พกหัวใจของผู้ประกอบการแบกหามไปกับความฝัน ค่อยๆ ไป ค่อยๆ โต เหมาะกับคนไทยมาก เราไม่ได้มีซิลิคอนวัลเลย์เหมือนใครเขา  


2

ธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จในอนาคต คือธุรกิจที่ใช้นวัตกรรมต่อยอดจากทรัพยากรที่มีอยู่ ทั้งในแง่ของทรัพยากรที่เป็นสิ่งของและนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งอาจเป็นนวัตกรรมทางสังคมง่ายๆ ก็ได้นะครับ ทรัพยากรอย่างหนึ่งที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ คือ “ขยะ” กระดาษเหลือใช้เอย เศษวัสดุจากโรงงานอุตสาหกรรม ขยะจากโรงแรมห้าดาวหรือร้านอาหาร ฯลฯ นี่ถ้าใครสามารถหาทางนำทรัพยากรเหล่านี้กลับมาใช้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ผมว่าไปได้ไกลแน่นอน เพราะขยะในโลกมีแนวโน้มมากขึ้น และโลกในทศวรรษหน้าจะเป็นเรื่องการจัดการทรัพยากรอย่างจริงจังกว่านี้ ว่าแต่มีบริษัทไหนในโลกนี้บ้างล่ะที่มีแนวคิดน่าสนใจและมีแนวโน้มที่จะสามารถปฏิวัติการใช้ทรัพยากรของโลกเราได้อย่างน่าสนใจ-ไปดูกันครับ 


3

เริ่มจากนี่เลย Nine Dragons Paper (http://www.ndpaper.com/eng/global/home.htm) เป็นบริษัทผลิตกระดาษแปรรูปของจีน ก่อตั้งโดยหยาน ชิง (Yan Cheung) เมื่อปี 1995 จากแนวคิดง่ายๆ ที่ว่าเธอมองเห็นแนวโน้มการใช้กระดาษของจีนจะเติบโตอย่างมาก สินค้าทุกอย่างที่วางขายต้องการ “กระดาษ” เข้ามาเกี่ยวข้อง ตั้งแต่ ฉลาก กล่อง ลัง คู่มือการใช้งาน แต่จีนจะไม่เหลือต้นไม่ที่โตพอจะทันให้ตัดใช้งานได้อีกแล้ว เธอจึงเปิดบริษัทเพื่อรับซื้อกระดาษเก่ามาแปรรูปโดยซื้อจากแหล่งที่ถูก เช่น ในสหรัฐอเมริกา(ราคากระดาษที่เป็นขยะนั้นราคาถูกมาก ทศวรรษที่แล้ว 40% ของขยะที่ถูกฝังกลบในสหรัฐคือกระดาษ) นำมาแปรรูปใหม่และขายในตลาดที่ขาดแคลนกระดาษ ปัจจุบันบริษัทของเธอเติบโตอย่างมากมีสาขาทั้งในสหรัฐอเมริกา จีนและเวียดนาม เป็นบริษัทกระดาษที่ใหญ่ที่สุดในโลก หยานชิงกลายเป็นนักธุรกิจหญิงที่ร่ำรวยที่สุดในจีน บริษัทของเธอทำรายได้ปีละกว่า 88,000 ล้านบาท ซึ่งก็เริ่มต้นจาก “ขยะ” ที่ใครก็เห็นว่าไร้ค่า


4

บริษัทต่อมาผมชอบไอเดียมาก ชื่อบริษัท DIRTT Environmental Solution(www.dirtt.net) ก่อตั้งในปี 2003 เดิร์ตเป็นบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในที่ไม่เหมือนใครเพราะนวัตกรรม Knock down ของพวกเขาใช้เวลาสั้น ใช้คนน้อย ไม่ส่งเสียงดังและไม่เหลืออะไรทิ้ง โดยทั่วไป 36% ของของใช้ตกแต่งอาคารสำนักงานจะกลายเป็นขยะ แต่เดิร์ตมองเห็นจุดอ่อนและพัฒนาโมดูลที่สามารถถอดประกอบเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงรูปแบบให้เป็นแบบใดก็ได้เท่าที่ลูกค้าต้องการ โดยไม่มีข้อจำกัดเลย คุณจะเลือกขนาดของประตูและตู้เท่าไหร่ก็ได้ ชั้นหนังสือลึกเท่าไหร่ก็ได้กว้างเท่าไหร่ก็ได้ และทุกอย่างทำได้เร็วมาก คือใช้เวลาเพียง 1 ใน 3 ของการตกแต่งแบบเฟอร์นิเจอร์สั่งทำ แถมยังแข็งแรงทนทานดูแลรักษาง่ายกว่า 


5

ให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือเดิร์ตสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต ที่แยกทุกอย่างออกเป็นชิ้นส่วนพื้นฐานที่สุดและมองหาวิธีประกอบมันเข้าด้วยกันง่ายๆ ก็เหมือนกับเรามีตัวต่อเลโก้ที่เราจะเติมให้มันเป็นอะไรก็ได้ ฉะนั้นการทำงานของเดิร์ตแทบไม่มีของเสียเหลืออยู่ในระบบ เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน เดิร์ตได้รับความนิยมอย่างมากในธุรกิจโรงพยาบาล ธนาคารและอาคารสำนักงานที่มีการปรับเปลี่ยนการใช้พื้นที่อยู่เนืองๆ และบริษัทไม่ต้องการลงทุนสูงมากนักในการก่อสร้างแต่อยากได้ออฟฟิศที่ดูดี


6

Swedish Waste Management สวีเดนกำลังจะเป็นประเทศที่สะอาดที่สุดในยุโรปแม้ว่าจะเป็นประเทศที่นำเข้าขยะจากเพื่อนบ้านทั้งอังกฤษ นอร์เวย์ อิตาลี เข้ามาในประเทศมากที่สุดด้วย นั่นก็เพราะการพัฒนาเทคโนโลยีเรื่องการแยกขยะและโรงไฟฟ้าที่มาจากการเผาขยะเหล่านี้นั่นเอง ปัจจุบันสวีเดนเป็นประเทศที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงที่สุดในยุโรป และสามารถเปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงานได้มากที่สุดในยุโรปอีกด้วย สิ่งที่ทำให้สวีเดนประสบความสำเร็จนั่นคือกระบวนการในการแยกขยะที่มีประสิทธิภาพและความสามารถในการกรองของเสียที่จะปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ ปัจจุบันสวีเดนมีโรงงานผลิตไฟฟ้าที่ได้จากการเผาขยะกระจายอยู่ทั่วประเทศราว 32 แห่ง สามารถเปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงานและสวีเดนสามารถกำจัดขยะออกจากที่ทิ้งขยะได้ราว 3 ล้านตันต่อปี ซึ่งน่าทึ่งมาก


7

ในหนังสือชื่อ Resource Revolution เขียนโดยอดีตที่ปรึกษาทางธุรกิจ Stefan Heck, Matt Rogers และ Paul Carrol ทั้งสามเอาประสบการณ์จากการทำงานเสนอไอเดียการทำธุรกิจใหม่ๆ ในอนาคตที่น่าสนใจมาก ซึ่งอ่านแล้วก็คิดว่า เออ มันเป็นไปได้และหากใครทำได้ น่าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ไม่น้อย


8

ไอเดียที่ผมชอบ เช่น การทำ “บริษัทเหมืองแร่ยุคใหม่” ที่ขุดหาแร่จากขยะ ยกตัวอย่างเช่น แร่ปรอทที่ปนอยู่ในน้ำที่มาจากโรงงานอุตสาสาหกรรมหรือแร่ทองคำที่อยู่ในแผงวงจรคอมพิวเตอร์ โดยใช้เทคโนโลยี Microfluidic Technology (ระบบของไหลจุลภาค เป็นระบบการจัดการของเหลวหรือก๊าซที่มีจำนวนน้อยมาก) ซึ่งจริงๆ ในปัจจุบันก็มีการใช้งานในวงการแพทย์และอุตสาหกรรมซุปเปอร์คอนดักเตอร์ แต่หากว่าใครสามารถต่อยอดออกมาใช้ในอุตสาหกรรมการแยกขยะได้น่าจะเป็นอีกก้าวกระโดดหนึ่งของมนุษยชาติเลยก็ว่าได้ 


9

อีกไอเดียที่อยู่ใกล้ตัวเรากว่านั้น คือบริการจัดการ การท่องเที่ยว ซึ่งอนาคตเมื่อ AI พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ มันจะไม่ทำแค่ขายตั๋วหรือที่พักแล้ว บริษัทนำเที่ยวจะใช้ข้อมูลของลูกค้าที่มีมากมายบนคลาวด์ร่วมออกแบบการเดินทางให้ลูกค้าไปด้วยเลยตั้งแต่ช่วยวางทำกิจกรรม จองตั๋วเข้าพิพิธภัณฑ์ และเลือกให้ด้วยว่าควรเดินทางแบบไหนในแต่ละช่วงเวลาของการเดินทาง รถยนต์ รถไฟหรือเครื่องบินดี ซึ่งสามารถออกแบบไปถึงทริปของบริษัท งานลี้ยงรุ่นหรือทริปฮันนีมูน แพลตฟอร์มนี้อาจทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรที่มีอย่างคุ้มค่ามากขึ้น ลดการสร้างถนนใหม่หรือสร้างโรงแรมเพิ่ม ซื้อรถเพิ่ม แต่เน้นที่ประสิทธิภาพของการจัดการแทน ไอเดียนี้คิดว่าอีกไม่นานเราน่าจะได้เห็นแน่ๆ


10

ส่วนที่เด็ดสุดคือไอเดียเรื่องบริษัทที่ให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับรัฐบาลในการจัดการข้อมูลประชากรที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก เช่น ระบบการเอกสาร ใบขับขี่ หนังสือเดินทาง ฯลฯ รวมถึงการออกแบบการอบรมออกแบบการบริการของรัฐ การจดทะเบียนสินค้า และระบบเก็บรักษาข้อมูลของประชาชน ฯลฯ อาจสร้างเป็นโมดูลกลางที่รัฐของประเทศไหน ๆ ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้ ซึ่งถ้ามีจริง ๆ จะลดต้นทุนการจ้างพนักงานได้มาก ลดการทุจริตและนักการเมืองก็อาจไม่จำเป็น เพราะทุกคนสามารถเข้าถึงการบริการของรัฐได้โดยตรง


อย่างที่บอกอะไรก็ไม่เท่าว่าเราต้องมีหัวใจของผู้ประกอบการ ใจสู้และมีจินตนาการอีกนิดหน่อย


เอาใจช่วยผู้ประกอบการทุกคนครับ