ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
การใช้และการจัดการคุกกี้
ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
เวียดนามเปิดเกมใหม่ สู่ Wellness Hub แห่งเอเชีย : โอกาสเติบโตจากเศรษฐกิจ สุขภาพ และการท่องเที่ยว
27-08-2569
แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความท้าทายจากความไม่แน่นอนทางการค้า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ธนาคารโลก (World Bank) ยังคงประเมินว่าเวียดนามเป็นประเทศที่มีความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ (Economic Resilience) ที่โดดเด่น โดยได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการส่งออก การลงทุน และการดำเนินนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องภายในประเทศ
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่าในปี 2026 เวียดนามจะมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) มูลค่าประมาณ 527.27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (US$527.27 billion) และมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 7.1% สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่งของประเทศท่ามกลางสภาวะแวดล้อมเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
การเติบโตทางเศรษฐกิจดังกล่าว ประกอบกับการขยายตัวของชนชั้นกลาง กำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น และแนวโน้มการให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตมากขึ้นของผู้บริโภคทั้งในประเทศและทั่วโลก กำลังสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health & Wellness Tourism) ซึ่งนับเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจบริการที่มีศักยภาพสูงของเวียดนามในปัจจุบัน โดยข้อมูลจาก Vietnam National Authority of Tourism (VNAT) ระบุว่าตลาด Wellness Tourism ของเวียดนามมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยราว 12-15% ต่อปี และได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จาก Economic Growth สู่ Wellness Economy
การเติบโตของเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น ทำให้แนวคิดเรื่อง "Wellness Economy" หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิต กลายเป็นเทรนด์สำคัญในเวียดนาม
ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวทั่วโลกก็มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปหลังวิกฤตโควิด-19 โดยมองหาการเดินทางที่ช่วยฟื้นฟูสุขภาพกายและใจมากกว่าการพักผ่อนแบบเดิม ส่งผลให้ตลาด Wellness Tourism กลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก ท่ามกลางการแข่งขันจากประเทศผู้นำอย่างไทย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เวียดนามกำลังได้รับการยอมรับมากขึ้นในฐานะดาวรุ่งของตลาด Wellness Tourism ด้วยจุดแข็งด้านทรัพยากรธรรมชาติ การแพทย์แผนดั้งเดิม ต้นทุนที่แข่งขันได้ และการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยวระดับพรีเมียม
Wellness Tourism ถือเป็นการเดินทางที่มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพจิต และคุณภาพชีวิตโดยรวม ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น สปาและการบำบัด โยคะและสมาธิ โปรแกรมดีท็อกซ์ การบำบัดด้วยน้ำแร่ การดูแลโภชนาการ หรือ การฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งหมดนี้นับเป็นการดูแลสุขภาพเชิงรุกมากขึ้นอีกด้วย
ปัจจัยที่ผลักดันการเติบโตของ Wellness Tourism ในเวียดนาม
1. กระแสรักสุขภาพที่เติบโตมากขึ้น
ข้อมูลจาก Vietnam National Authority of Tourism (VNAT) ระบุว่า จำนวนผู้เดินทางเข้าสู่เวียดนามเพื่อวัตถุประสงค์ด้านสุขภาพและสุขภาวะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 12% ต่อปีในช่วงปี 2017-2024 ขณะที่ตลาด Wellness Tourism ภายในประเทศมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 12-15% ต่อปี
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพไม่ได้เป็นเพียงตลาดเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสมัยใหม่
2. เวียดนามมีความได้เปรียบด้านทรัพยากรธรรมชาติ
เวียดนามมีแนวชายฝั่งยาวกว่า 3,000 กิโลเมตร พร้อมด้วยภูเขา ป่าไม้ และระบบนิเวศที่หลากหลาย ซึ่งเหมาะต่อกิจกรรมฟื้นฟูสุขภาพและการพักผ่อนเชิงธรรมชาติ นอกจากนี้ ประเทศยังมีแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติมากกว่า 400 แห่ง ซึ่งหลายแห่งมีคุณสมบัติทางแร่ธาตุที่ได้รับการยอมรับว่าช่วยส่งเสริมสุขภาพและการผ่อนคลาย ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากพัฒนารีสอร์ตและศูนย์สุขภาพในลักษณะเดียวกับวัฒนธรรมออนเซ็นของญี่ปุ่น
โดยพื้นที่สำคัญที่กำลังเติบโตในฐานะ Wellness Destination ได้แก่ กว๋างนิญ (Quang Ninh) ดานัง (Da Nang) ญาจาง (Nha Trang) เว้ (Hue) ดาลัด (Da Lat) และเมืองฟู้โกว๊ก (Phu Quoc)
3. การผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการแพทย์สมัยใหม่
เวียดนามมีมรดกด้านการแพทย์แผนตะวันออกและการใช้สมุนไพรที่สืบทอดมายาวนาน ปัจจุบันผู้ประกอบการได้นำองค์ความรู้ดังกล่าวมาผสานกับบริการสุขภาพสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น การฝังเข็ม การนวดบำบัด การใช้สมุนไพรพื้นบ้าน การอบสมุนไพร โปรแกรมชะลอวัย และการตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน
ทั้งนี้ รูปแบบการบริการดังกล่าวตอบโจทย์นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่มองหาประสบการณ์ด้านสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness) มากกว่าการทำสปาเพียงอย่างเดียว
Medical Tourism: อีกหนึ่งโอกาสการเติบโตของเวียดนาม
นอกจาก Wellness Tourism แล้ว เวียดนามยังเริ่มได้รับความสนใจในตลาด Medical Tourism หรือการท่องเที่ยวเพื่อรับบริการทางการแพทย์ ซึ่งจุดเด่นสำคัญคือค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลที่แข่งขันได้เมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว ขณะที่คุณภาพของโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้านทันตกรรม การตรวจสุขภาพ เวชศาสตร์ฟื้นฟู และการรักษาเฉพาะทางบางสาขา
เมืองอย่างฮานอย โฮจิมินห์ซิตี้ ดานัง และญาจาง กำลังพัฒนาศูนย์การแพทย์ที่เชื่อมโยงกับธุรกิจท่องเที่ยวและรีสอร์ต เพื่อรองรับนักเดินทางที่ต้องการผสานการรักษาและการท่องเที่ยวไว้ในทริปเดียวกัน
กลุ่ม Wellness สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูงกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป
นักท่องเที่ยวกลุ่ม Wellness มักเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ใช้เวลาในการพำนักนานกว่า และมีการใช้จ่ายต่อหัวมากกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป โดย Vietnam National Authority of Tourism คาดการณ์ว่าภาค Wellness ของเวียดนามสามารถสร้างรายได้สูงถึง 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในช่วงกลางทศวรรษนี้ และกลายเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้สำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวประเทศ
ปัจจุบันเวียดนามมีสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวกว่า 38,000 แห่ง และมีโรงแรมรวมกว่า 780,000 ห้อง โดยมีโรงแรมและรีสอร์ตประมาณ 180 แห่งที่พัฒนาบริการ Wellness และ Spa แบบครบวงจรแล้ว
โอกาสของ Vietnam Wellness Hub
การเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง การขยายตัวของชนชั้นกลาง และแนวโน้มการดูแลสุขภาพที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก กำลังสร้างโอกาสครั้งสำคัญให้กับเวียดนามในการพัฒนาอุตสาหกรรม Wellness Tourism
ด้วยทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ แหล่งน้ำพุร้อนกว่า 400 แห่ง วัฒนธรรมการแพทย์ดั้งเดิม และต้นทุนบริการที่แข่งขันได้ เวียดนามมีศักยภาพที่จะพัฒนาไปสู่ Wellness Hub แห่งใหม่ของเอเชีย หากสามารถยกระดับมาตรฐานบริการ สร้างบุคลากรคุณภาพ และกำหนด Positioning ที่ชัดเจนในตลาดโลกได้สำเร็จ
ในระยะยาว Wellness Tourism จะไม่ใช่เพียงแค่ผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวทางเลือก แต่จะกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจบริการของเวียดนาม และช่วยยกระดับประเทศจาก "ฐานการผลิตของโลก" สู่ "จุดหมายปลายทางแห่งสุขภาวะของโลก" อย่างแท้จริง
ลูกค้าที่สนใจประกอบธุรกิจใน CLMV หรือประเทศเขตอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Great Mekong Subregion: GMS) ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ธนาคารไทยพาณิชย์มีสาขาต่างประเทศที่พร้อมจะดูแลและให้บริการ สนใจติดต่อ https://www.scb.co.th/en/corporate-banking/international-network.html
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก: ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโฮจิมินท์ซิตี้ เวียดนาม https://www.scb.co.th/vn/corporate-banking.html
References