ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
การใช้และการจัดการคุกกี้
ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
20-07-2569
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สปป.ลาวกำลังอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจในการก้าวสู่การเป็น “Land-linked Country” หรือศูนย์กลางการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ผ่านการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม และระบบรางที่เชื่อมโยงจีน ไทย และอาเซียนเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม
ภาพสะท้อนสำคัญจากการคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 5–6 ล้านคนในปี 2026 จากแรงหนุนของ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ความเชื่อมโยงด้านคมนาคมที่ดีขึ้น และความนิยมของการเดินทางผ่านรถไฟลาว-จีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ลาวยังตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 22 ล้านคน และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงปี 2026–2030 อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของลาวในวันนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ยังมุ่งสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี การบริการ และความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
เส้นทาง R3A : จุดเริ่มต้นของการเชื่อมโยงไทย–ลาว–จีน
ลาวได้วางรากฐานการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระดับภูมิภาคมาอย่างยาวนานผ่านเส้นทาง Road 3 Asia หรือ R3A ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion หรือ GMS) และระเบียงเศรษฐกิจแนวเหนือ-ใต้ (North–South Economic Corridor หรือ NSEC) ในเชิงยุทธศาสตร์ เส้นทาง R3A เชื่อมเชียงรายของไทย ผ่านแขวงบ่อแก้วและแขวงหลวงน้ำทาของ สปป.ลาว ไปยังเขตปกครองตนเองชนชาติไท สิบสองปันนาในมณฑลยูนนานของจีน โดยเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงการค้า การลงทุน และการเดินทางระหว่างสามประเทศเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม
การเปิดใช้เส้นทางดังกล่าวช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางระหว่างไทย ลาว และจีน ทั้งด้านการท่องเที่ยว การค้าชายแดน และการขนส่งสินค้า นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางจากเชียงรายสู่หลวงน้ำทา บ่อเต็น และสิบสองปันนาได้สะดวกมากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการสามารถใช้เส้นทางดังกล่าวในการขนส่งสินค้าเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภค และวัตถุดิบระหว่างสามประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานและลดข้อจำกัดด้านการคมนาคมของภูมิภาคในระยะยาว
เมืองท่องเที่ยวชายแดนที่เติบโตตามแนวระเบียงเศรษฐกิจ
ความสำคัญของ R3A ไม่ได้อยู่เพียงการเป็นเส้นทางคมนาคม แต่ยังมีบทบาทในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับเมืองท่องเที่ยวในภาคเหนือของลาว โดยเฉพาะแขวงบ่อแก้วและแขวงหลวงน้ำทา ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญบนแนวระเบียงเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงไทย ลาว และจีนเข้าด้วยกัน
พื้นที่ดังกล่าวได้รับประโยชน์จากการเชื่อมโยงด้านคมนาคมและการค้าข้ามพรมแดนที่สะดวกมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร โลจิสติกส์ และบริการต่าง ๆ มีโอกาสเติบโตตามการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทางระหว่างประเทศ ขณะที่หลวงน้ำทาเป็นหนึ่งในจุดเชื่อมต่อสำคัญของเศรษฐกิจจีน ลาว และอาเซียน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ทั้งเส้นทาง R3A และรถไฟลาว–จีนพาดผ่าน
ทางด้านการท่องเที่ยว เส้นทาง R3A ยังช่วยสนับสนุนการเดินทางในรูปแบบ Multi-Destination Tourism หรือการท่องเที่ยวหลายประเทศในทริปเดียว โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางจากเชียงรายเข้าสู่ลาวตอนเหนือ ก่อนเชื่อมต่อไปยังสิบสองปันนาและคุนหมิงของจีนได้อย่างสะดวกมากขึ้น ซึ่งสะท้อนบทบาทของโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยเชื่อมโยงการท่องเที่ยว การค้า และการเดินทางระหว่างประเทศในภูมิภาคเข้าด้วยกันอย่างใกล้ชิด
รถไฟลาว-จีน : จุดเปลี่ยนของเศรษฐกิจลาว
หาก R3A คือ ประตูบานแรกของการเชื่อมโยง รถไฟลาว-จีนก็คือโครงสร้างพื้นฐานที่ยกระดับความเชื่อมโยงดังกล่าวขึ้นไปอีกขั้น
การเปิดให้บริการรถไฟลาว-จีนในช่วงปลายปี 2564 ซึ่งเชื่อมระหว่างนครคุนหมิง มณฑลยูนนานของจีน กับนครหลวงเวียงจันทน์ของ สปป.ลาว ได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง การขนส่งสินค้า และความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งยังช่วยลดระยะเวลาเดินทางและเพิ่มทางเลือกด้านโลจิสติกส์ให้กับภูมิภาคอีกด้วย
ข้อมูลการขนส่งข้ามพรมแดนในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ระบุว่า ด่านรถไฟโม่ฮานบนพรมแดนจีน–ลาวมีผู้โดยสารขาเข้า–ออกมากกว่า 145,000 คน จาก 91 ประเทศและภูมิภาค ขณะที่ปริมาณการขนส่งสินค้าข้ามแดนผ่านรถไฟจีน-ลาวมีมากกว่า 3.3 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของลาวในฐานะจุดเชื่อมโยงการค้าและห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาค
ขณะเดียวกัน ไทย ลาว และจีน กำลังมีความเชื่อมโยงด้านระบบรางมากขึ้น โดยเส้นทางรถไฟไทย-ลาว-จีน มีศักยภาพในการเชื่อมต่อกับเครือข่ายรถไฟจีน-ยุโรปในอนาคต ซึ่งอาจช่วยเพิ่มทางเลือกด้านการขนส่งสินค้าและเปิดโอกาสทางการค้าใหม่ให้กับภูมิภาคได้มากขึ้น
จากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก สู่รายได้ที่มากกว่า
ภาคการท่องเที่ยวถือเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญของเศรษฐกิจลาวมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ลาวมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเกือบ 5 ล้านคนต่อปี และภาคการท่องเที่ยวมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างรายได้และการจ้างงานของประเทศ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของลาวในระยะต่อไปไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่รวมถึงการเพิ่ม “มูลค่าทางเศรษฐกิจต่อหนึ่งนักท่องเที่ยว” เพื่อให้การเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น
เมืองสำคัญอย่างเวียงจันทน์ วังเวียง และหลวงพระบาง มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากความเชื่อมโยงด้านคมนาคมและระบบรางที่ดีขึ้น ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทางที่สะดวกขึ้นอาจช่วยสนับสนุนการต่อยอดกิจกรรมการท่องเที่ยว การบริการ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในพื้นที่เหล่านี้ได้มากขึ้น
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวโน้มการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวสมัยใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพของประสบการณ์ การใช้เทคโนโลยี และการสร้างอัตลักษณ์ที่โดดเด่น ควบคู่ไปกับการพัฒนาความเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในระยะยาว
นวัตกรรม : หัวใจของลาว 2030
เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 รัฐบาลลาวได้เปิดตัว National Science, Technology and Innovation Strategy and Development Plan 2026-2040 หรือยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมระยะ 15 ปี เพื่อใช้เป็นกรอบการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ การวิจัย การศึกษา และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
ตามข้อมูลจากสำนักข่าวซินหัว แผนดังกล่าวประกอบด้วย 17 แผนงาน และ 85 โครงการ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่ม และสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น
รัฐบาลลาวมองว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
ในมิติของการท่องเที่ยว เทคโนโลยีมีแนวโน้มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทั้งในด้านบริการดิจิทัล การบริหารจัดการเมือง การวิเคราะห์ข้อมูลนักท่องเที่ยว และการสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น ซึ่งอาจช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ลาวมีอยู่ในอนาคต
สปป.ลาว สู่ “ศูนย์กลางแห่งใหม่ของภูมิภาค”
เส้นทาง R3A เป็นเส้นทางตามแนวระเบียงเศรษฐกิจแนวเหนือ-ใต้ (North South Economic Corridor) ภายใต้กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Sub-region) เชื่อมการขนส่งทางบกระหว่างนครคุนหมิง มณฑลยูนนานของจีน กับกรุงเทพมหานครของไทยผ่านสามประเทศคือ จีน-สปป. ลาว-ไทย
จึงนับได้ว่าเส้นทาง R3A คือยุคแรกของการเชื่อมโยงด้วยถนน ในขณะเดียวกันเส้นทางรถไฟลาว-จีนคือยุคใหม่ของการเชื่อมโยงด้วยระบบราง และยุทธศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม 2026-2040 คือกลไกสำคัญที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับความเชื่อมโยงดังกล่าวในระยะยาว
ปัจจุบัน ลาวเดินหน้าพัฒนาความเชื่อมโยงด้านคมนาคม การค้า และการลงทุน เพื่อเพิ่มบทบาททางเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาค ทั้งในด้านการท่องเที่ยว การบริการ โลจิสติกส์ และเศรษฐกิจฐานความรู้ ลาว 2030 จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของรถไฟข้ามแดน แต่สะท้อนความพยายามในการใช้ความได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์มาสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับบทบาทของประเทศผ่านการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงระดับภูมิภาค และการพัฒนาศักยภาพด้านนวัตกรรมเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
“หาก R3A คือถนนสายแรกที่เปิดประตูให้ลาวเชื่อมต่อกับเศรษฐกิจจีน รถไฟลาว–จีนก็คือโครงสร้างพื้นฐานที่ยกระดับความเชื่อมโยงนั้นขึ้นอีกขั้น และเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มบทบาทของลาวในเครือข่ายการเดินทาง การค้า และโลจิสติกส์ของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง”
ลูกค้าที่สนใจประกอบธุรกิจใน CLMV ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม หรือขยายโอกาสทางธุรกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion: GMS) ธนาคารไทยพาณิชย์มีเครือข่ายสาขาต่างประเทศพร้อมให้บริการ สนใจติดต่อ https://www.scb.co.th/en/corporate-banking/international-network.html
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขานครหลวงเวียงจันทน์ https://www.scb.co.th/th/corporate-banking/international-network/laos โดยสาขานครหลวงเวียงจันทน์พร้อมสนับสนุนบริการด้านบัญชี สินเชื่อธุรกิจ การค้าระหว่างประเทศ การโอนเงิน และธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ
ข้อมูลอ้างอิง
การขนส่งข้ามพรมแดนทางรถไฟจีน-ลาว สร้างสถิติใหม่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025
The Laotian Times, Laos Targets 6 Million Visitors in 2026 as Chinese Arrivals Projected at 2 Million Laos Targets 6 Million Visitors in 2026 as Chinese Arrivals Projected at 2 Million - Laotian Times