บันได 4 ขั้น พิชิตวิกฤตหนี้ สู่เศรษฐีเงินล้าน

ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ช่วงนี้ก็มีแต่คนคุยเรื่อง “ลงทุน”  แน่นอนว่ามันดูน่าสนใจ น่าติดตาม แต่จริงๆ แล้วก็ยังมีใครอีกหลายคนที่เห็นสิ่งเหล่านี้แล้ว อยากจะเบือนหน้าหนี เพราะยังเป็นหนี้อยู่เลย จะเอาเงินที่ไหนมาลงทุน!!”

 

แต่ทุกอย่างก็สามารถเป็นไปได้หากเราเข้าใจ และอย่าทิ้งความฝันที่จะมีเงินล้านไว้เพียงแค่คำว่า “ฉันมีหนี้” เพราะยังมีวิธีการ “ปลดหนี้” ในแบบที่ไม่ต้อง “กัดก้อนเกลือกิน” แถมยังมีโอกาสที่จะสร้างทรัพย์สินและเก็บเงินไว้ลงทุนได้เสียด้วย เพียงทำตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

  1. หยุดเป็นหนี้เพิ่ม เพราะว่าการเพิ่มหนี้เข้ามาก็ยิ่งเพิ่มรายจ่ายในการผ่อนชำระหนี้ให้กับเรา จะยิ่งทำให้เราหนีไม่พ้นวังวนแห่งหนี้สิน และที่สำคัญที่สุดคือการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายอย่างจริงจัง เพื่อที่เราจะได้ตัดรายจ่ายไม่จำเป็นทิ้ง แน่นอนว่าจะทำให้เรามีเงินมาชำระหนี้ได้หมดเร็วขึ้น

  2. ชี้ประเภทให้ชัด โดยการแยกประเภทหนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้นอกระบบ หนี้บัตรเครดิต หนี้บัตรกดเงินสด หรือ หนี้อื่นๆ เพื่อทำให้เราเห็นภาพหนี้สินที่มีอยู่ชัดเจน และทำให้เราสามารถวางแผนชำระหนี้ได้ดีขึ้น

  3. จัดรวมกลุ่มหนี้ ขั้นตอนนี้น่าสนใจเป็นพิเศษ คือเราจะทำการบริหารหนี้ที่มีอยู่ด้วยการ “ย้ายโอนหนี้” จากหลายๆ แห่งให้มารวมกันอยู่ในธนาคารแห่งเดียวที่อาจให้ดอกเบี้ยโดยเฉลี่ยต่ำกว่าที่เคยจ่าย ซึ่งจะทำให้เรามียอดผ่อนชำระต่อเดือนที่น้อยลง มีเงินเหลือต่อเดือนมากขึ้น บริหารจัดการได้ง่ายขึ้น  หากสนใจจะรวมหนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้นอกระบบหรือในระบบ ไม่ต้องมีหลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน รับเงินสดเข้าบัญชีธนาคาร พร้อมวงเงินสูงสุด 5 เท่าของรายได้  ดูรายละเอียดเพิ่มเติม  -ที่นี่-  หรือ  สนใจรวมหนี้  ด้วยสินเเชื่อ Speedy Loan  -สมัครออนไลน์-

  4. ลงทุนให้ตัวเอง เมื่อจ่ายหนี้เป็นที่เรียบร้อย คราวนี้แทนที่เราจะจ่ายหนี้ให้กับคนอื่น เราก็เปลี่ยนมาจ่ายเงินให้ตัวเองแทน จากเงินที่เป็นหนี้ มันก็จะทวีคูณเป็นเงินล้านให้เราได้ แต่สมัยนี้การออมเงินเพียงอย่างเดียวคงไม่พอแน่ๆ เพราะแค่เงินเฟ้อก็ทำให้เงินเราด้อยค่าลงเสียแล้ว ดังนั้นการเริ่มต้นลงทุนจึงเป็นทางออกที่ดี อย่างเช่นการลงทุนใน “กองทุน” ต่างๆ โดยกองทุนบางประเภทนอกจากจะให้ผลตอบแทนที่ดีแล้วก็ยังช่วยลดภาษีให้เราได้อีกด้วย

 

แต่นี่เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น เพราะว่าถ้าเราออมได้มากขึ้น และศึกษาการลงทุนเพิ่มเติมด้วย นั่นก็หมายถึงเราจะมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่มากขึ้น เรียกได้ว่ามีโอกาสเป็น “เศรษฐีเงินล้าน” ได้ไม่ยากเลย ไม่ใช่แค่เพียง “มโน” ไปเองอย่างแน่นอน