เห็นสลิป อย่าเพิ่งส่งสินค้า! 5 วิธีรับเงินผ่าน QR Code ให้ปลอดภัยสำหรับร้านค้า

“โอนแล้วค่ะ” พร้อมโชว์ภาพสลิปบนหน้าจอ อาจทำให้ร้านค้ามั่นใจและรีบส่งมอบสินค้าและ/หรือบริการ แต่ถ้าหากเป็นสลิปปลอมหรือสลิปเก่าที่นำมาใช้ซ้ำ ยอดขายในครั้งนั้น อาจกลายเป็นความเสียหายได้ การรับชำระเงินผ่าน QR Code จึงต้องตรวจสอบให้ครบถ้วน โดยเฉพาะในช่วงที่ร้านค้ามีลูกค้าเยอะ ก็อาจจะกลายเป็นช่องทางที่มิจฉาชีพอาศัยความเร่งรีบเข้ามาหลอกลวงร้านค้าได้ มาดู 5 วิธีที่เจ้าของร้านค้าและพนักงานควรนำไปใช้เพื่อความปลอดภัยในการรับชำระเงินผ่าน QR Code

  1. เชื่อถือ “ระบบแจ้งเตือนชำระเงินสำเร็จ” จากธนาคารเท่านั้น
  • วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือการยืนยันสถานะการชำระเงินจากธนาคาร ไม่ใช่จากลูกค้า 
  • ควรรับการแจ้งเตือนผ่านช่องทางที่ธนาคารกำหนดเท่านั้น
  • อย่าลืมเปิดรับการแจ้งเตือนการรับชำระเงิน เช่น SMS หรือเสียงจากเครื่องมณี รับทรัพย์ เป็นต้น และหากร้านค้ารับชำระเงินผ่าน QR Code บนเครื่อง EDC หรือ QR API โปรดสังเกตว่าเครื่อง EDC พิมพ์ Sale Slip หรือได้รับข้อความยืนยันจากระบบของธนาคารแล้วหรือไม่ ก่อนตัดสินใจส่งมอบสินค้าและ/หรือให้บริการ
  • ตรวจสอบยอดรับชำระเงินกับธนาคารโดยตรง กรณีที่มียอดเงินจำนวนมาก หรือรู้สึกไม่มั่นใจ ให้เปิดแอป SCB Merchant Center หรือ SCB Transaction Banking (Business Anywhere) ของร้านค้าเพื่อดูรายงานรับชำระค่าสินค้าและ/หรือบริการ หรือติดต่อธนาคารเพื่อขอตรวจสอบรายการได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Business Call Center) โทร. 02-722-2222
  1. ตรวจสอบสลิปโอนเงินอย่างละเอียดทุกครั้ง
  • มิจฉาชีพมักใช้สลิปปลอม (สร้างจากแอปหรือเว็บแต่งภาพ) หรือใช้สลิปเก่าที่เคยโอนแล้วมาเนียนส่งให้อีกครั้ง โดยวิธีตรวจสอบสลิปที่ถูกต้องคือ
    • ตรวจสอบยอดเงิน วันเวลา และชื่อร้านค้า ว่าตรงกับรายการชำระเงินหรือไม่
    • สังเกตความผิดปกติของตัวหนังสือ สลิปปลอมมักจะมีฟอนต์ภาษาไทยหรือตัวเลขหนา-บางไม่เท่ากัน หรือมีรอยตัดต่อรอบ ๆ ตัวเลขยอดเงิน
    • สแกน mini QR Code บนสลิปโอนเงิน (QR Code สำหรับตรวจสอบ) โดยใช้แอปของธนาคารสแกน mini QR ในสลิปโอนเงินของผู้ชำระเงิน เพื่อตรวจสอบข้อมูลการโอนจากระบบธนาคาร ถ้าสแกนแล้วพบว่าข้อมูลไม่ตรง แปลว่าสลิปปลอมแน่นอน


3. ระวังกลโกง “QR Code ปลอมแปะทับ”

  • มีเคสที่มิจฉาชีพแอบเอาสติกเกอร์ QR Code บัญชีเงินฝากของตัวเอง มาแปะทับ QR Code ของร้านค้า เมื่อลูกค้าสแกนจ่าย เงินก็จะเข้าบัญชีเงินฝากของมิจฉาชีพแทนที่จะเข้าบัญชีเงินฝากของร้านค้า
  • เก็บ QR Code ไว้ในที่ปลอดภัยหากเป็นป้ายตั้งโต๊ะ ควรวางไว้ในจุดที่สามารถมองเห็นได้ตลอดเวลา หรือให้พนักงานส่งให้ลูกค้าสแกนเป็นรายบุคคล
  • ตรวจสอบป้าย QR Code สม่ำเสมอ ใช้มือลูบสัมผัสป้ายดูว่ามีรอยสติกเกอร์มาแปะทับไหม หรือลองใช้มือถือตัวเองสแกนดูบ่อย ๆ ว่าบัญชีเงินฝากยังเป็นของร้านค้าอยู่หรือไม่
  • ใช้ Dynamic QR Code (ถ้าทำได้)ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อระบบกับธนาคารเพื่อสร้าง QR Code ใหม่ทุกครั้ง ตามรายการชำระเงินจริงของลูกค้ารายนั้น ๆ

4. อย่าหลงกล “ทริกแจ้งยอดเกิน” หรือ “อ้างว่าแอปค้าง”

  • กลโกงโอนเกินเพื่อขอเงินคืน มิจฉาชีพอาจทำสลิปปลอมที่มียอดเงินเกินจริง (เช่น ค่าสินค้า 500 บาท แต่ทำสลิปปลอมว่าโอนมา 5,000 บาท) แล้วแกล้งบอกว่าโอนผิด และขอให้ร้านค้าทอนเงินสดคืนให้ ห้ามคืนเงินสดเด็ดขาด จนกว่าจะตรวจสอบยอดเงินในบัญชีเงินฝากของร้านค้าแล้วว่ามีเงินโอนเข้าเกินกว่าจำนวนค่าสินค้าและ/หรือบริการจริง
  • ข้ออ้างแอปค้างหรือเงินออกล่าช้า ถ้าลูกค้าอ้างว่าถูกหักเงินจากบัญชีเงินฝากของตนเองแล้ว แต่เงินยังไม่เข้าบัญชีเงินฝากของร้านค้า และลูกค้าพยายามจะรีบเดินออกจากร้านค้าพร้อมสินค้า ให้ขอช่องทางติดต่อลูกค้าไว้ก่อน หรือรอจนกว่าระบบจะอัปเดตและสามารถตรวจสอบยอดเงินได้ หรือให้ลูกค้าติดต่อ Call Center ของธนาคารเพื่อตรวจสอบทันที

5. อบรมพนักงานในร้านให้เข้าใจตรงกัน

  • หากคุณไม่ได้เฝ้าร้านค้าเอง ต้องย้ำกับพนักงานทุกคนว่า“ห้ามส่งมอบสินค้าและ/หรือบริการให้แก่ลูกค้า จนกว่าจะตรวจสอบให้มั่นใจหรือได้รับการยืนยันจากธนาคาร” เพราะมิจฉาชีพมักเลือกโอกาสลงมือตอนที่ร้านค้ามีลูกค้าจำนวนมาก หรือทำทีเป็นเร่งรีบเพื่อให้พนักงานสับสนและละเลยการตรวจสอบ

จำไว้ว่า ควรตรวจสอบยอดชำระ และยืนยันสถานะการชำระเงินก่อนส่งมอบสินค้าและ/หรือให้บริการลูกค้าเพราะการตรวจสอบให้ละเอียดทุกครั้ง จะช่วยปกป้องรายได้ของร้านค้า และทำให้ทั้งร้านค้าและลูกค้าซื้อขายกันได้อย่างสะดวก มั่นใจและปลอดภัย