เตือนภัย "สรรพากร" ตัวปลอมหลอกคืนภาษี

ในช่วงที่หลายคนกำลังวางแผนภาษีหรือรอยื่นภาษี เป็นช่วงเวลาทองที่มิจฉาชีพ มักจะฉวยโอกาสแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ เช่น กรมสรรพากร ส่ง SMS หรือข้อความหลอกลวงเหยื่อว่าได้รับเงินคืนภาษี หรือได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี เพื่อหลอกลวงให้เหยื่อหลงเชื่อก่อนล้วงข้อมูล และโอนเงินออกไปจนเกลี้ยงบัญชี  

  • กลโกงยอดฮิต มิจตกเหยื่อยังไง?  มิจฉาชีพมักจะเข้ามาใน 3 รูปแบบหลัก ๆ ดังนี้

1. ส่ง SMS/อีเมลปลอม  แนบลิงก์อันตราย และแจ้งว่าเราได้รับเงินคืนภาษี หรือส่งเอกสารยื่นภาษีไม่ครบ ให้กดลิงก์ที่แนบมาภายในเวลาจำกัด เพื่อรับสิทธิหรือส่งเอกสารส่วนตัวเพิ่มเติม

2. อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่คอยช่วยเหลือตรวจสอบสิทธิได้ โดยให้แอดไลน์ส่วนตัวหรือชวนเข้ากลุ่ม ทั้งนี้ หน่วยงานราชการไม่มีนโยบายให้ประชาชนแอดไลน์ส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ หรือดึงเข้ากลุ่มไลน์เพื่อทำธุรกรรมทางการเงิน

3. หลอกให้ติดตั้งแอปดูดเงิน โดยหลอกว่าเป็นแอปตรวจสอบสิทธิการลดหย่อนภาษี ซึ่งหลังจากเราติดตั้งแอปแล้ว มิจฉาชีพจะเข้าควบคุมมือถือและโอนเงินออกจากบัญชีจนเกลี้ยง 

  • จุดเตือนภัย ระวังไว้ไม่ตกเป็นเหยื่อ   

1. ใช้ข้อความเร่งรัดให้ตกใจ มิจฉาชีพมักใช้คำกระตุ้นความกลัวหรือความโลภ เช่น "ด่วนที่สุด" "หมดเขตวันนี้"  หรือ "ไม่ทำจะเสียสิทธิ" เพื่อให้เหยื่อรีบกดโดยไม่ทันยั้งคิด หรือใช้คำพูดข่มขู่ เช่น จะถูกปรับ ถูกอายัดบัญชี หรือถูกดำเนินคดี 

2. ลิงก์แปลกหรือโดเมนที่ไม่ใช่เว็บรัฐ ลิงก์ที่แนบมามักเป็นลิงก์ย่อ มีชื่อเว็บไซต์ภาษาอังกฤษที่ดูคล้ายกับหน่วยงานราชการไทยแต่ด้านท้ายมักไม่ใช่ .go.th ซึ่งเป็นโดเมนของหน่วยงานรัฐ แต่มิจฉาชีพมักใช้โดเมนคล้ายกัน เช่น rd-thai-go-th.net ดังนั้น จึงควรสังเกตและตรวจสอบความน่าเชื่อถือก่อนกดลิงก์ใด ๆ

3. ขอข้อมูลส่วนตัวหรือให้ทำธุรกรรมออนไลน์ เช่น

  • ขอรหัส OTP
  • รหัสผ่าน (Password/PIN)
  • ให้สแกนใบหน้า

4. รายละเอียดไม่ถูกต้อง จุดสังเกตอีกข้อคือ ภาษาที่ใช้ในอีเมลหรือเอกสารที่แนบมามักสะกดคำผิด รูปแบบอีเมลดูไม่น่าเชื่อถือ หรืออ้างชื่อหน่วยงานใหญ่แต่รายละเอียดภายในไม่สอดคล้องกัน

5. เรียกเก็บค่าธรรมเนียมก่อน หากได้รับการแจ้งให้โอนค่าธรรมเนียม หรือค่าดำเนินการก่อน ให้รู้ทันทีว่ากำลังถูกมิจฉาชีพหลอกลวง เพราะหน่วยงานรัฐไม่มีนโยบายเรียกค่าดำเนินการคืนภาษีแน่นอน

  • วิธีกันภัยไม่เสียรู้มิจฉาชีพ

1.ไม่กด ไม่โหลด  ห้ามกดลิงก์ที่แนบมา และห้ามโหลดแอปที่ได้รับคำแนะนำให้ติดตั้งไม่ว่ากรณีใด ๆ 

2.ไม่พูดคุย หากได้รับสายในลักษณะดังกล่าวไม่ต้องตอบโต้ให้รีบวางสายทันที

3.เก็บหลักฐาน เช่น เบอร์โทร ข้อความ หรือภาพหน้าจอ เพื่อแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากเผลอกดลิงก์ หรือทำธุรกรรมบางอย่างที่เสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูลส่วนตัว หรืออาจถูกดูดเงินออกจากบัญชีได้

4.รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที หากพบเบาะแส หรือเผลอตกเป็นเหยื่อ สามารถแจ้งความออนไลน์และขอความช่วยเหลือได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th  หรือโทร.สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง

กลโกงสรรพากรปลอมอาศัยความกลัวและความไม่มั่นใจเกี่ยวกับเรื่องภาษีเป็นเครื่องมือสำคัญ การรู้เท่าทันและยึดข้อมูลที่ถูกต้องจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเท่านั้น จะช่วยลดความเสี่ยงในการสูญเสียทรัพย์สินและข้อมูลส่วนตัวได้

ข้อมูลอ้างอิง  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ธันวาคม 2568)