ไทยพาณิชย์ จับมือ VISTEC สานภารกิจ Mission X รุ่นที่ 3 พลิกกระบวนท่าอุตสาหกรรม F&B ปลดล็อคกับดักความสำเร็จสู่ศักยภาพใหม่ที่ไร้ขีดจำกัดพร้อมผงาดศูนย์กลางอาหารโลก

 

           ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ สถาบันวิทยสิริเมธี หรือ VISTEC มุ่งมั่นผลักดันการเปลี่ยนผ่านทางด้านดิจิทัลเพื่อยกระดับศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างต่อเนื่อง เปิดโครงการ “MISSION X” The Boot Camp of Advanced Corporate Transformation รุ่นที่ 3 หลักสูตรลับคมวิสัยทัศน์ทลายขีดจำกัดทางด้านดิจิทัลสำหรับผู้นำองค์กรธุรกิจแถวหน้าของประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตแบบยกกำลัง (Exponential Growth) โดยครั้งนี้เจาะกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มพร้อมธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งห่วงโซ่คุณค่า (F&B and ValueChain) ซึ่งกำลังถูกท้าทายจากปัจจัยรอบด้าน โดยพัฒนาเนื้อหาหลักสูตรให้มีความเข้มข้มและเจาะลึกในมิติที่สำคัญ พร้อมจัดปรึกษาพิเศษแบบตัวต่อตัวร่วมพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ดิจิทัลขององค์กรเพื่อนำไปใช้งานจริง ช่วยสนับสนุนให้อุตสาหกรรมอาหารของไทยสามารถต่อยอดเทคโนโลยีและสร้างนวัตกรรม เพื่อปลดล็อคธุรกิจจากกับดักความสำเร็จในอดีต สู่การพัฒนาศักยภาพใหม่ๆ อย่างไร้ขีดจำกัด พลิกเกมส์การแข่งขันดันครัวไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางอาหารของโลกตามเป้าหมายได้สำเร็จและยั่งยืน  โดยมี นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิย์ ดร. ไพรินทร์ ชูโชติถาวร นายกสภาสถาบันวิทยสิริเมธี นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานหลักสูตร “MISSION X” The Boot Camp of Advanced Corporate Transformation ดร.ยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ และรศ.ดร.สรณะ นุชอนงค์ คณบดีสำนักวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันวิทยสิริเมธี ร่วมพิธีเปิดและเป็นวิทยากรในหลักสูตร

 


           นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์
กล่าวว่า  อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยมีมูลค่านับล้านล้านบาทและมีสัดส่วนราว 5.5% ของจีดีพี อีกทั้งไทยยังเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าอาหารที่มีบทบาทของโลก แต่ปัจจุบันขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมนี้ถูก      ท้าทายมากยิ่งขึ้นจากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของคู่แข่ง เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และอินเดีย ซึ่งนอกจากมีความได้เปรียบเรื่องขนาดพื้นที่เพาะปลูก ต้นทุนค่าจ้างแรงงาน และราคาที่ต่ำกว่าแล้ว ประเทศเหล่านี้ยังมีการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารอย่างจริงจัง ตลอดจนสถานการณ์โควิด-19 ได้ก่อให้เกิดปัญหา Supply chain Disruption กระทบต่อกระบวนการผลิตและจัดส่งสินค้า และยังสร้างเทรนด์พฤติกรรมใหม่ของผู้บริโภคที่ใส่ใจกับเรื่องสุภาพ นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อม ผู้ประกอบการจึงต้องปรับตัวรับมือและพาธุรกิจออกจากกรอบความสำเร็จในอดีต ที่อาจกลายป็นกับดักทำให้ธุรกิจไม่เกิดการพัฒนา บั่นทอนขีดความสามารถจนไม่อาจแข่งขันได้อีกต่อไป ธนาคารไทยพาณิชย์ และ สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) จึงได้สานต่อโครงการ “MISSION X” The Boot Camp of Advanced Corporate Transformation รุ่นที่ 3 หลักสูตรลับคมวิสัยทัศน์ทางด้านดิจิทัลสำหรับผู้นำองค์กรธุรกิจแถวหน้าของประเทศ จากกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มพร้อมภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งห่วงโซ่คุณค่า (F&B and ValueChain) เพื่อช่วยสนับสนุนให้เกิดการทำ Digital Transformation ในองค์กรและพัฒนาศักยภาพใหม่ๆ ที่ไร้ขีดจำกัด พร้อมแข่งขันและรับมือกับทุกความท้าทายเพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางอาหารโลก

 

           ดร. ไพรินทร์ ชูโชติถาวร นายกสภาสถาบันวิทยสิริเมธี กล่าวว่า ทุกอุตสาหกรรมกำลังถูกกระแส Digital Disruption   ถาโถมเข้าใส่อย่างหนัก ประกอบกับการแข่งขันที่รุนแรงภายใต้ข้อจำกัดที่มากขึ้นในปัจจุบัน ทำให้การส่งออกส่งสินค้าอาหารของไทยอันดับปรับลดลงไป ธนาคารไทยพาณิชย์ และ VISTEC เชื่อมั่นในพลังของเทคโนโลยีที่จะก่อให้เกิดคุณค่าต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม ได้ริเริ่มโครงการ Mission X ตั้งแต่ปี 2563 เพื่อกระตุ้นให้ภาคอุตสาหกรรมไทยตื่นตัวและลงมือทำ Digital Transformation ก่อนที่ศักยภาพในการแข่งขันจะถดถอยจนยากที่จะสร้างกลับคืนมาใหม่ได้ทันการณ์ โดยทั้งรุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 3 ยังคงมุ่งกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เพราะต้องการต่อยอดจุดแข็งของประเทศไทยที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านผลผลิตทางการเกษตร ตลอดจนคุณภาพและความหลากหลายของสินค้าที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกมายาวนาน โดยอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปยังเป็นฟันเฟืองของกลุ่มอุตสาหกรรม First S Curve เครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต ทั้งนี้ จากความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมของ Mission X ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้นำองค์กรจากอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มแสดงความประสงค์ที่จะเข้าร่วมหลักสูตรเพิ่มเติมต่อเนื่อง เพราะเชื่อมั่นว่าคุณภาพของหลักสูตรจะช่วยให้องค์กรเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีได้อย่างถูกทิศทาง สามารถพัฒนาศักยภาพใหม่ๆ คว้าโอกาสจากความต้องการสินค้าอาหารของผู้บริโภคทั่วโลก สร้างธุรกิจให้เติบโตแบบยกกำลัง

 

           นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ      คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานหลักสูตร “MISSION X” The Boot Camp of Advanced Corporate Transformation กล่าวว่า การพัฒนาหลักสูตรในรุ่นที่ 3 มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้ผู้นำธุรกิจในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มพร้อมภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งห่วงโซ่คุณค่า สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดแบบเดิมของตัวเองและแข่งขันได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยอัดแน่นด้วยองค์ความรู้ระดับ Top Technology จากกูรูระดับชาติ และซีอีโอของบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ร่วมถ่ายทอดความรู้ มุมมองและประสบการณ์จริง ด้วยเนื้อหาที่เข้มข้นและเท่าทันกับสถานการณ์ โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มผลิตภาพใน 4 มิติ ได้แก่ การยกระดับประสิทธิภาพโรงานอุตสาหกรรม การใช้ประโยชน์สูงสุดจากการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง การบริหารจัดการคลังสินค้าและโลจิสติกส์ และการคว้าโอกาสด้วยเครื่องมือดิจิทัล ครอบคลุมเป้าหมาย 3 แกนหลัก ประกอบด้วย 1. Exponential Traits – สร้าง mindset ใหม่ผู้บริหารด้วยฐานความคิดทางเทคโนโลยีที่จะช่วยสร้างโอกาสเติบโตใหม่ให้ธุรกิจ 2. Exponential Tech -ใช้พลังของเทคโนโลยีสร้างผลลัพธ์ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และ 3. Exponential Blueprint จัดทำแผนยุทธศาสตร์ Digital Transformation ขององค์กรเพื่อนำไปใช้กับธุรกิจจริง ซึ่งเป็นความพิเศษที่แตกต่างจากหลักสูตรอื่นๆ โดยมีที่ปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อช่วยตกผลึกแผนยุทธศาสตร์ที่ดีและเหมาะสมกับองค์กรมากที่สุด

 

           ทั้งนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ และ VISTEC จะยังคงเดินหน้าขยายผลหลักสูตร “MISSION X” The Boot Camp of Advanced Corporate Transformation ไปสู่ภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่สำคัญของประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับศักยภาพของภาคธุรกิจไทยและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ก้าวหน้าอย่างแข็งแกร่งต่อไป