ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
การใช้และการจัดการคุกกี้
ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
04-12-2568
วันที่ 29 กันยายน 2025 รัฐบาลไทยประกาศนโยบายใหม่ ตั้งเป้า Net zero ปี 2050 จากเดิมที่กำหนดในปี 2065 เร็วขึ้นถึง 15 ปี ซึ่งถือเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของประเทศ และเป็นสัญญาณชัดเจนว่า Net zero 2050 ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่คือความอยู่รอดของเศรษฐกิจไทย
ทำไมต้องเร่งกำหนดให้เร็วขึ้น?
สร้างโอกาสให้อุตสาหกรรมใหม่เติบโต
นโยบายใหม่นี้จะส่งเสริมให้อุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับการลดคาร์บอนเติบโต ได้แก่:
อุตสาหกรรมที่ต้องเร่งปรับตัว
ในทางกลับกัน กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปล่อยคาร์บอนสูง อย่าง น้ำมันและก๊าซ โรงไฟฟ้าฟอสซิล เหล็ก ซีเมนต์ เคมีภัณฑ์ รถยนต์สันดาป จะเผชิญแรงกดดันมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งภาครัฐจะทยอยออกมาตรการใหม่ เช่น การเก็บภาษีคาร์บอน และระบบซื้อขายสิทธิปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) มาบังคับให้อุตสาหกรรมเหล่านี้ต้องเร่งปรับตัวให้ทัน
ผู้ประกอบการต้องทำอย่างไร?
ภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจไทยไม่สามารถรอได้อีกแล้ว แต่ต้อง ลงมือดำเนินการทันที ผ่าน 5 ขั้นตอนสำคัญ:
นอกจากนี้ ธุรกิจควรใช้โอกาสเข้าสู่ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น EV พลังงานสะอาด วัสดุชีวภาพ รวมถึงใช้ประโยชน์จาก สินเชื่อสีเขียว (Green Finance) และ การสนับสนุนทางการเงินเพื่อปรับตัวสู่ความยั่งยืน (Transition Finance) เพื่อลงทุนในนวัตกรรมที่ตอบโจทย์โลกคาร์บอนต่ำ
การไปสู่ Net zero 2050 คือ ความอยู่รอดของเศรษฐกิจไทย
การมุ่งไปสู่เป้าหมายได้นับเป็น “ภารกิจร่วม” ของทุกคน ที่ช่วยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยมี 3 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่
1) ประชาชนทั่วไป
2) ภาครัฐ
3) ภาคธุรกิจ
SCB เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้เพียงลำพัง ต้องเกิดจากการร่วมมือกันของภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชน เพราะการอยู่อย่างยั่งยืน - Live Sustainably ไม่ได้หมายถึงการอยู่เพื่อตัวเราเท่านั้น แต่คือการอยู่เพื่อส่งต่ออนาคตที่ดีกว่าให้กับลูกหลานและโลกใบนี้