ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
การใช้และการจัดการคุกกี้
ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
30-06-2569
ไม่ว่าจะเดินทางในหรือต่างประเทศ การจัดเตรียมสัมภาระถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยด้านการบิน โดยเฉพาะเรื่องของของเหลวโหลดใต้เครื่อง ที่หลายคนมักเกิดความสับสนว่าเวลาจะขึ้นเครื่องบินที สามารถของเหลวอะไรพกไปได้บ้าง ปริมาณเท่าไหร่ และมีข้อห้ามอะไรที่ต้องระวัง
บทความนี้เลยจะพาไปดูเช็กลิสต์ดี ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนบิน โดยเฉพาะใครที่เพิ่งขึ้นเครื่องบินครั้งแรกต้องอ่านก่อนบินเลย!
ของเหลวโหลดใต้เครื่อง คืออะไร?
ของเหลวโหลดใต้เครื่อง คือ สัมภาระประเภทของเหลว เจล สเปรย์ หรือสสารที่มีความหนืด ซึ่งผู้โดยสารบรรจุไว้ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่และทำการส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่สายการบิน ณ เคาน์เตอร์เช็กอิน เพื่อนำไปเก็บไว้ในห้องสัมภาระใต้ท้องเครื่องบิน (Checked Baggage) ตลอดการเดินทาง
โดยการนำของเหลวใส่กระเป๋าเพื่อโหลดใต้เครื่องนั้น จะมีกฎระเบียบที่ยืดหยุ่นกว่าการพกพาติดตัวขึ้นห้องโดยสาร (Carry-on) แต่ยังคงต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยของการบินพลเรือน เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากแรงดันอากาศ หรือสารเคมีบางชนิด
ของเหลวโหลดใต้เครื่อง ต้องไม่เกินเท่าไหร่?
สำหรับข้อกำหนดเกี่ยวกับปริมาณของเหลวที่สามารถโหลดลงใต้ท้องเครื่องบินได้นั้น มีรายละเอียดที่แตกต่างจากการนำของเหลวขึ้นเครื่อง
หลักทั่วไปการโหลดของเหลวใต้เครื่อง
ตามหลักการทั่วไปแล้วการโหลดของเหลวใต้เครื่อง ไม่มีการกำหนดปริมาณรวมที่ตายตัว หรือไม่มีข้อจำกัดว่าต้องบรรจุในขวดขนาดไม่เกิน 100 มิลลิลิตรเหมือนกับการถือขึ้นเครื่อง ผู้เดินทางสามารถโหลดขวดแชมพูขนาด 500 มิลลิลิตร ครีมอาบน้ำขวดใหญ่ หรือแม้แต่น้ำดื่มขนาด 1.5 ลิตร รวมไปถึงสกินแคร์ต่างๆ ได้อย่างอิสระ ตราบใดที่สิ่งของเหล่านั้นไม่ใช่ของต้องห้าม และน้ำหนักรวมของกระเป๋ายังคงอยู่ในเกณฑ์ที่สายการบินกำหนด
ข้อจำกัดเฉพาะประเภท (ตามมาตรฐาน ICAO / IATA)
แม้จะมีความยืดหยุ่นสูง แต่สำหรับของเหลวบางประเภท องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ได้กำหนดข้อจำกัดเพื่อความปลอดภัย ดังนี้
ของเหลวที่โหลดได้ vs ของเหลวที่ห้ามโหลด
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาระหว่างเช็กอินที่สนามบิน ก่อนจะเดินทางทุกครั้งต้องเช็กเสมอว่าของเหลวประเภทใดสามารถโหลดใต้ท้องเครื่องได้ และของเหลวประเภทใดที่ห้ามโหลดใต้เครื่องโดยเด็ดขาด
ของเหลวที่โหลดใต้เครื่องได้
สิ่งของประเภทของเหลวที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป สามารถบรรจุลงในกระเป๋าสัมภาระโหลดใต้เครื่องได้โดยไม่มีปัญหา ได้แก่
ของเหลวที่ห้ามโหลดเด็ดขาด
เพื่อความปลอดภัยตลอดเที่ยวบิน สารเคมีหรือของเหลวที่มีคุณสมบัติไวไฟและเป็นอันตราย ถูกสั่งห้ามโหลดใต้ท้องเครื่องบินโดยเด็ดขาด มีดังนี้
ของเหลวโหลดใต้เครื่อง vs ของเหลวขึ้นเครื่อง ต่างกันอย่างไร?
กฎการพกพาของเหลวแตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างการโหลดใต้ท้องเครื่องกับการนำขึ้นห้องโดยสาร โดยสามารถสรุปภาพรวมเปรียบเทียบได้ตามตารางด้านล่าง
| ของเหลวโหลดใต้เครื่อง (Checked Baggage) | ถือขึ้นเครื่อง (Carry-on) |
ปริมาณ | ไม่จำกัดปริมาณตายตัว (อิงตามน้ำหนักกระเป๋ารวม) | ชิ้นละไม่เกิน 100 มล. และรวมกันทั้งหมดไม่เกิน 1,000 มล. (สูงสุด 10 ชิ้น) |
การบรรจุ | ปิดฝาแน่นหนา ป้องกันการรั่วซึม | ต้องใส่ในถุงพลาสติกใสแบบซิปล็อก ขนาดไม่เกิน 20x20 ซม. |
ของที่ห้าม | วัตถุไวไฟ, สารเคมีอันตราย, กรด, สเปรย์อันตราย | วัตถุไวไฟ, ของมีคม, สารเคมี, ของเหลวทุกชนิดที่ขวดบรรจุเกิน 100 มล. |
เหมาะสำหรับ | น้ำดื่มขนาดใหญ่, เครื่องสำอางขวดใหญ่, ของใช้ส่วนตัวปริมาณมาก, อาหาร/ซอส | ยารักษาโรค, ของใช้จำเป็นระหว่างเที่ยวบิน, เครื่องสำอางขนาดพกพา |
สิ่งของอื่น ๆ ที่ต้องรู้เมื่อโหลดกระเป๋าใต้เครื่อง
นอกเหนือจากเรื่องของของเหลวโหลดใต้เครื่องแล้ว ยังมีกฎระเบียบเกี่ยวกับสัมภาระประเภทอื่น ๆ ที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน การแยกหมวดหมู่สิ่งของให้ถูกต้อง และชัดเจนจะช่วยป้องกันไม่ให้กระเป๋าถูกเปิดตรวจ หรือถูกยึดสิ่งของก่อนขึ้นบิน
สิ่งของที่ "ห้ามโหลด" ต้องพกขึ้นเครื่องเท่านั้น
สำหรับสิ่งของบางประเภทมีความอ่อนไหวต่อแรงดันอากาศ ความร้อน หรือเสี่ยงต่อการสูญหาย ทางสายการบินจึงบังคับให้พกติดตัวขึ้นเครื่องเท่านั้น
สิ่งของที่ "ต้องโหลด" ห้ามพกขึ้นเครื่อง
สัมภาระที่อาจถูกใช้เป็นอาวุธ หรือของเหลวที่เกินปริมาณกำหนด ต้องนำไปโหลดลงใต้เครื่องทั้งหมด
สิ่งของที่ห้ามทั้งพกและโหลด
สิ่งของที่เป็นอันตรายร้ายแรง หรือผิดกฎหมาย ห้ามนำเข้ามาในบริเวณสนามบินและห้ามนำขึ้นเครื่องบินในทุกรูปแบบ
เคล็ดลับแพ็กของเหลวโหลดใต้เครื่องให้ปลอดภัย
การพกของเหลวปริมาณมากอาจเสี่ยงต่อการแตกหรือรั่วจากแรงกระแทกและแรงดันอากาศ มาดูเคล็ดลับการจัดกระเป๋าดี ๆ ที่จะช่วยปกป้องสัมภาระให้ถึงปลายทางอย่างปลอดภัย
ทำไมถึงต้องมีกฎเกี่ยวกับของเหลวโหลดใต้เครื่อง?
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมการขึ้นเครื่องบินจึงมีกฎเข้มงวดเกี่ยวกับของเหลวโหลดใต้เครื่อง จริง ๆ แล้วกฎระเบียบเกี่ยวกับของเหลวโหลดใต้เครื่องเหล่านี้ มีไว้เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของผู้โดยสาร และเพื่อความปลอดภัยในด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น
เช็กให้ครบ! ของเหลวโหลดใต้เครื่อง เตรียมสัมภาระให้พร้อมก่อนเช็กอิน
เป็นอย่างไรกันบ้าง จะเห็นเลยว่าการนำของเหลวโหลดใต้เครื่องมีความสะดวกและยืดหยุ่นกว่าการพกขึ้นเครื่องมาก โดยสามารถโหลดของใช้ส่วนตัวขนาดใหญ่ หรือของเหลวที่มีปริมาตรเกิน 100 มิลลิลิตรได้ตามต้องการภายใต้น้ำหนักที่สายการบินกำหนด เพียงแต่ต้องระมัดระวังไม่ให้เป็นวัตถุไวไฟ สารเคมีอันตราย หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เกินโควตา พร้อมกับการแพ็กบรรจุภัณฑ์ให้แน่นหนาป้องกันการรั่วซึม เพียงเท่านี้การเดินทางก็จะราบรื่น ปลอดภัย และผ่านด่านตรวจสัมภาระได้อย่างไร้กังวล
แหล่งอ้างอิง: tsa.gov iata.org
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับของเหลวโหลดใต้เครื่อง
ซื้อของเหลวจาก Duty Free แล้ว สามารถโหลดใต้เครื่องได้หรือไม่?
ได้ครับ ของเหลวที่ซื้อจากร้าน Duty Free สามารถโหลดใต้เครื่องได้ตามปกติ โดยไม่มีข้อจำกัดพิเศษเพิ่มเติมจากของเหลวทั่วไป อย่างไรก็ตาม หากต้องการนำขึ้นห้องโดยสาร (Carry-on) ต้องบรรจุอยู่ในถุงซิปล็อกใสที่ปิดสนิทจากร้านค้า พร้อมใบเสร็จแสดงการซื้อที่สนามบินในเที่ยวบินนั้น
กระเป๋าโหลดใต้เครื่องถูกเปิดตรวจและของเหลวรั่วซึมเสียหาย สายการบินรับผิดชอบหรือไม่?
โดยทั่วไปสายการบินมีข้อยกเว้นความรับผิดชอบสำหรับสิ่งของที่บรรจุไม่ดีพอ รวมถึงของเหลวที่รั่วซึมเองจากแรงดัน สิ่งสำคัญคือต้องแพ็กของเหลวให้แน่นหนาด้วยถุงซิปล็อกก่อนเสมอ หากเกิดความเสียหายจากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่สนามบิน ให้แจ้งเรื่องที่เคาน์เตอร์สายการบินทันทีก่อนออกจากสนามบิน พร้อมเก็บหลักฐานภาพถ่ายไว้ประกอบการเรียกร้อง
น้ำแข็งหรือเจลเย็นสำหรับแช่ยาหรืออาหาร โหลดใต้เครื่องได้หรือไม่?
น้ำแข็งแห้ง (Dry Ice) มีข้อจำกัดเฉพาะ โดยอนุญาตไม่เกิน 2.5 กิโลกรัมต่อคนสำหรับแช่ยาหรืออาหาร และต้องแจ้งสายการบินล่วงหน้า ส่วนเจลเย็นทั่วไปหรือน้ำแข็งในสภาพแข็งตัวสมบูรณ์ โหลดใต้เครื่องได้ตามปกติ แต่หากเจลละลายกลายเป็นของเหลว ต้องบรรจุในภาชนะที่ปิดสนิทกันรั่วด้วย