ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
การใช้และการจัดการคุกกี้
ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
29-10-2568
เวลามีเพื่อนชวนว่า “ไปกินข้าวกันมั้ย” หรือ “ทริปนี้ต้องไปด้วยกันนะ” หลายครั้งหัวใจก็อยากตอบตกลงว่า “ไป!” แต่กระเป๋าสตางค์ดันงอแง ร้องตะโกนบอกว่า “พักก่อน” นี่คือปรากฏการณ์ที่กำลังคุกคามความสัมพันธ์ทางสังคมที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกกันว่า "Friendflation" ซึ่งเกิดจากการรวมคำว่า "Friend" (เพื่อน) และ "Inflation" (เงินเฟ้อ) เข้าด้วยกัน เป็นภาวะที่ "ต้นทุนในการรักษาความสัมพันธ์กับเพื่อน" พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นภาระทางการเงินและส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตของเรา ทำให้เราต้องจ่ายมากกว่าที่ตั้งใจเพื่อรักษาความสัมพันธ์ไว้นั่นเอง
ทำความเข้าใจ Friendflation: ต้นทุนมิตรภาพที่แพงขึ้น
Friendflation คือตัวบ่งชี้ว่ากิจกรรมทางสังคมและการเข้าสังคมในยุคนี้มีราคาสูงเกินกว่าที่หลายคนจะแบกรับได้ไหว โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีรายได้เติบโตไม่ทันภาวะเงินเฟ้อที่ทุกอย่างดูจะแพงขึ้น
สัญญาณเตือนของ Friendflation ที่คุณอาจกำลังเผชิญ
ค่าใช้จ่าย "รายย่อย" ที่รวมกันเป็นก้อนใหญ่: กิจกรรมที่ทำร่วมกับเพื่อน เช่น การนัดสังสรรค์ กินข้าวร้านหรู ดูคอนเสิร์ต หรือทริปสั้น ๆ ในช่วงสุดสัปดาห์ ล้วนมีราคาเพิ่มขึ้น เมื่อทำบ่อยเข้า ค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะกินส่วนแบ่งจากงบประมาณส่วนตัวไปอย่างรวดเร็ว
ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ในกลุ่มเพื่อน: หากคุณมีรายได้น้อยกว่าเพื่อนในกลุ่ม ตัวเลือกการใช้ชีวิตที่เป็น "เรื่องธรรมดา" ของพวกเขา อาจกลายเป็น "เรื่องยาก" ที่ต้องยอมเป็นหนี้ หรือรู้สึกอับอายในการปฏิเสธสำหรับคุณ
ความกดดันในการตามเทรนด์: ความรู้สึกที่ต้องใช้จ่ายตามเพื่อนเพื่อรักษา "สถานะทางสังคม" หรือกลัวการถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ทำให้ต้องยอมจ่ายเกินตัว นำไปสู่ปัญหาหนี้สินบัตรเครดิต หรือการเงินติดลบได้
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม: หากปล่อยให้ Friendflation เข้าครอบงำ การรักษาความสัมพันธ์จะกลายเป็น สินค้าฟุ่มเฟือย (Luxury Good) ที่เข้าถึงได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ผู้คนเลือกที่จะปลีกตัวออกจากสังคม ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตโดยรวม
5 กลยุทธ์การเงิน รับมือ Friendflation แบบไม่เสียเพื่อน
การจัดการกับ Friendflation ไม่ใช่แค่การประหยัด แต่คือการใช้ ทักษะทางการเงินและทักษะทางสังคม ควบคู่กันไป นี่คือแนวทางปฏิบัติที่คุณสามารถนำไปใช้ได้ทันที:
กลยุทธ์ที่ 1: จัดสรรงบ "เพื่อเพื่อน" ให้ชัดเจน
กำหนดให้ "กิจกรรมทางสังคม" เป็นหนึ่งใน งบประมาณค่าใช้จ่ายตามใจ ภายใต้หลักการบริหารเงินส่วนบุคคล เช่น กฎ 50/30/20 หรือ 6 Jars (ไม่ควรเกิน 30% ของรายได้) โดยตั้งงบเฉพาะสำหรับกิจกรรมทางสังคมเป็นรายเดือนหรือรายไตรมาส และ ทำบัญชีค่าใช้จ่าย ทุกครั้งที่ใช้จ่ายไปกับเพื่อน การบันทึกนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวม ควบคุมการใช้จ่ายได้อย่างมีสติ และสามารถแจ้งเพื่อนได้อย่างมีเหตุผลว่า "เดือนนี้เต็มงบแล้ว" โดยไม่รู้สึกผิด
กลยุทธ์ที่ 2: สื่อสารอย่างเปิดอก ด้วยความเห็นอกเห็นใจ
การพูดคุยเรื่องเงินกับเพื่อนจำเป็นต้องทำอย่างสร้างสรรค์ โดยเลือกจังหวะและใช้ภาษาที่นุ่มนวล แทนที่จะพูดว่า "ฉันไม่มีเงินจ่าย" ให้เปลี่ยนเป็นการสื่อสารว่า คุณกำลัง "โฟกัสเรื่องการเงิน/เก็บเงินเพื่อเป้าหมาย" หรือ "ร้านนั้นเกินงบที่ตั้งไว้ไปนิดนึง" และที่สำคัญคือ ควรนำเสนอทางเลือกที่ประหยัดกว่าให้ด้วยเสมอ เช่น ชวนทำกิจกรรมที่บ้านแทนการไปร้านอาหาร เพื่อรักษามิตรภาพและควบคุมค่าใช้จ่ายไปพร้อมกัน
กลยุทธ์ที่ 3: "เปลี่ยนกิจกรรม" ให้เป็นมิตรต่อเงินเฟ้อ
เน้นการสร้างสรรค์กิจกรรมทางสังคมที่ให้ความสุขเท่าเดิมแต่ลดต้นทุนลง ด้วยการชวนเพื่อนทำ กิจกรรมฟรีหรือต้นทุนต่ำ เช่น เดินเล่นในสวนสาธารณะ ดูหนัง หรือเล่นบอร์ดเกมที่บ้าน แทนการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และเมื่อต้องใช้จ่าย ให้ ใช้ประโยชน์จากส่วนลดและโปรโมชัน อย่างเต็มที่ เช่น หาร้านอาหารที่ร่วมรายการบัตรเครดิตหรือมีส่วนลดพิเศษ ซึ่งการวางแผนล่วงหน้าจะช่วยประหยัดเงินได้มาก
กลยุทธ์ที่ 4: ฝึกฝนทักษะ "การปฏิเสธอย่างสุภาพ"
เมื่อถูกชวนทำกิจกรรมที่เกินกำลัง คุณสามารถปฏิเสธโดยไม่ต้องให้รายละเอียดทั้งหมด ด้วยประโยคสุภาพ เช่น "ขอบคุณที่ชวน แต่ช่วงนี้มีข้อจำกัดด้าน... ขอเป็นทางเลือกอื่นแทนได้ไหม" การปฏิเสธอย่างหนักแน่นและสุภาพนี้จะช่วยให้เพื่อนเข้าใจ และเป็นการให้ความสำคัญกับเป้าหมายทางการเงินของตัวเอง เพราะการปฏิเสธกิจกรรมที่ไม่จำเป็นคือการสร้างวินัยและเป็นการลงทุนในอนาคตของคุณเอง
กลยุทธ์ที่ 5: "ลงทุน" ในมิตรภาพที่ไม่ต้องใช้เงิน
เพราะมิตรภาพที่แท้จริงไม่ควรวัดด้วยจำนวนเงินที่ใช้จ่ายไป แต่ควรให้เวลาและความสนใจด้วยการรับฟังอย่างตั้งใจ ซึ่งมีค่ามากกว่าอาหารมื้อแพง ๆ และที่สำคัญคือ การสนับสนุนเป้าหมายทางการเงินของกันและกัน ด้วยการเปลี่ยนมาพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการออม การลงทุน หรือการวางแผนเกษียณ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินให้เพื่อนทั้งกลุ่มในระยะยาว
Friendflation เป็นความท้าทายทางเศรษฐกิจที่มาในรูปของความสัมพันธ์ส่วนตัว แต่การรับมือกับปัญหานี้อย่างมีสติและมีทักษะทางการเงินที่ดี จะช่วยให้คุณสามารถรักษาทั้งเงินในกระเป๋าและมิตรภาพอันมีค่าไว้ได้ การสื่อสารที่ชัดเจน การจัดงบประมาณที่รอบคอบ และการเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมให้เป็นมิตรต่อเงินเฟ้อ คือกุญแจสำคัญสู่การมีชีวิตทางสังคมที่ยั่งยืนและมั่นคงทางการเงินไปพร้อมกัน
สุดท้ายแล้ว เพื่อนแท้ไม่เคยมองเราที่จำนวนเงินที่จ่าย แต่จะรับรู้ว่า มีเราอยู่ตรงนั้นในเวลาที่สำคัญเสมอ และนั่นคือคุณค่าของมิตรภาพที่เงินไม่สามารถซื้อได้
ที่มาของข้อมูล
SCB EIC – Thailand Economic Outlook 2024-2025: Household and Business Vulnerabilities
Bank of Thailand (BOT) – Household Debt and Monetary Policy Updates, 2024
Financial Times (2024) – The rising cost of friendship