ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
การใช้และการจัดการคุกกี้
ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
24-04-2569
ช่วงนี้ เรามักจะได้ยินคนในโลกโซเชียลพูดถึงเรื่องการเตรียมเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน เพื่อรับมือเหตุการณ์ไม่คาดคิดมากขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่สิ้นสุด ที่ทำให้หลายคนเป็นกังวลกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะตามมา โดยเฉพาะความกังวลที่มีต่อความมั่นคงในอาชีพการงาน หรือธุรกิจของตัวเอง ที่อาจได้รับผลกระทบตามมาด้วย
เงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน คือ อะไร เก็บอย่างไร
สำหรับเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน เป็นเงินออมก้อนแรกที่ตามบทเรียนการวางแผนการเงิน แนะนำว่า ทุกคนควรจะต้องมีก่อนที่จะไปเก็บเงินสำหรับเป้าหมายอื่นๆ โดยเงินก้อนนี้ มีเป้าหมายตรงตัวตามชื่อ คือ มีไว้เพื่อเป็นเงินสำรองเผื่อเวลาที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิด เช่น ตกงานกะทันหัน เจ็บป่วยรุนแรง ใช้จ่ายเพื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดกับครอบครัว
สำหรับ คุณสมบัติสำคัญของ เงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน คือ มีไว้ให้เกิดความสบายใจ สามารถนำออกมาใช้ได้ทันทีในยามฉุกเฉิน เงินก้อนนี้ จึงไม่ได้เก็บออมเพื่อเน้นหาผลตอบแทน แต่เน้นเรื่องการรักษามูลค่า ในยุคที่ความสบายใจมีมูลค่าสูง
ตามหลักการควรมีเงินก้อนนี้ 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายจำเป็นในแต่ละเดือน ถ้ามีไว้ก็จะอุ่นใจ เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินต้องใช้เงินขึ้นมา ก็จะได้ไม่ต้องไปขายสินทรัพย์ลงทุนในจังหวะที่ไม่เหมาะสม หรือไปกู้เงินฉุกเฉินมาใช้
อย่างไรก็ตาม ในยุคเศรษฐกิจผันผวน มีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นบ่อยๆ อย่างเช่น ล่าสุดที่มีสงครามระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล-สหรัฐฯ ส่งผลให้ราคาพลังงานโลกปรับขึ้นไปมาก การเก็บเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินเพียง 3-6 เท่า อาจไม่ทำให้อุ่นใจได้มากพอ
นักวางแผนการเงินจำนวนมากเริ่มแนะนำให้เพิ่มระดับการเก็บเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินเป็น 6-12 เท่า หากสามารถทำได้ เพราะความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงเวลานี้ มีแนวโน้มปะทุได้ทุกเมื่อ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาพลังงาน เงินเฟ้อ ค่าเงิน รวมถึงตลาดการเงินผันผวนมากขึ้นเช่นกัน
ตัวอย่างการเก็บเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน
แม่มณี มีค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือน ได้แก่ ค่าผ่อนคอนโดมิเนียม 15,000 บาท ค่าอาหาร 10,000 บาท ค่าเดินทาง 4,000 บาท ค่าประกันชีวิตและสุขภาพเฉลี่ยเดือนละ 2,500 บาท และหนี้บัตรเครดิต เดือนละ 5,000 บาท ถ้าต้องเก็บเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน ต้องเก็บเท่าไหร่
คำนวณ
ค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือน = 15,000 + 10,000 + 4,000 + 2,500 + 5,000 = 36,500 บาท
เงินสำรองเผื่อฉุกเฉินที่ควรมี
กรณี 3 เท่า = 36,500 x 3 = 109,500 บาท
กรณี 6 เท่า = 219,000 บาท
กรณี 12 เท่า = 438,000 บาท
การมีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินที่มากเพียงพอ ก็จะช่วยให้การใช้ชีวิตของเราสงบนิ่งได้มากขึ้น เพราะเมื่ออุ่นใจมากขึ้น ว่าจะมีเงินเพียงพอในยามฉุกเฉิน เราก็จะพะว้าพะวงกับอนาคตน้อยลง
อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีภาระทางการเงินในชีวิตค่อนข้างมาก การสำรองเงิน 6-12 เดือน อาจไม่ง่ายนัก ดังนั้น แนะนำว่า เก็บให้ได้ขั้นต้น 3-6 เดือนก่อน และถ้าเก็บได้แล้วค่อยต่อยอดเพิ่มเป็น 6-12 เดือน ในเวลาเดียวกันลองมองหาช่องทางหารายได้เสริมควบคู่กับการเพิ่มเงินสำรองไปด้วย ก็จะช่วยเพิ่มระดับความอุ่นใจในชีวิตไปได้อีกขั้น
สรุปคุณสมบัติ เงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน
ผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่เหมาะสำหรับ เก็บเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน
บัญชีเงินฝาก
เนื่องจากถอนเพื่อนำมาใช้จ่ายยามฉุกเฉินได้ทุกเมื่อ แต่ก็มีข้อเสีย เพราะเมื่อถอนง่ายเกินไป ผู้ที่มีแนวโน้มเผลอใช้เงินง่าย ก็มีโอกาสหยิบเงินส่วนนี้มาใช้จ่ายได้ง่าย ทำให้เก็บเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินไม่ถึงเป้าหมายเสียที
หนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับยุคนี้ โดยแม้ว่า บัญชีเงินฝาก FCD หรือ e-FCD จะมีความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน แต่สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนได้ และมองว่าเงินก้อนนี้ ต้องการเก็บไว้ยาวๆ เพื่อสำรองยามฉุกเฉินอยู่แล้ว การฝากไว้ในบัญชีเงินฝาก FCD หรือ e-FCD โดยเฉพาะในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะช่วยลดโอกาสในการหยิบเงินส่วนนี้มาใช้จ่ายแบบง่ายๆ ได้ สำหรับผู้ที่มีแนวโน้มเผลอใช้เงินง่าย ยังช่วยกระจายความเสี่ยงด้านค่าเงินได้ด้วย โดยในช่วงที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ก็ยังเป็นสกุลเงินหลักที่ทั่วโลกต้องการ มีสภาพคล่องสูง สามารถถอนหรือแปลงแลกเป็นเงินบาทได้เมื่อจำเป็น ตามช่องทางในการให้บริการและในเวลาทำการของธนาคารไทยพาณิชย์ที่กำหนดไว้ในแต่ละช่องทาง
กองทุนรวมตลาดเงิน
กองทุนรวมตลาดเงิน เป็นทางเลือกการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับกองทุนรวมประเภทอื่นๆ ตอบโจทย์ด้านการรักษาสภาพคล่อง แต่ในขณะเดียวกันก็มีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนได้ด้วย ตัวอย่างกองทุนรวมตลาดเงิน เช่น
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ตราสารตลาดเงิน (ชนิดสะสมมูลค่า) หรือ SCBMONEY(A) มีระดับความเสี่ยง 1 คือ ความเสี่ยงต่ำ โดยมีนโยบายการลงทุนดังนี้
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Short Term Yield USD หรือ SCBUSDYIELD ระดับความเสี่ยง 4 คือ ความเสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ โดยมีนโยบายการลงทุนดังนี้
ทั้งนี้ กรณีสามารถเก็บเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินได้ 3-6 เดือน อาจจะเลือกเริ่มต้นจากการเก็บในสกุลเงินบาทก่อน เพื่อนำไปใช้ฉุกเฉินได้ง่าย โดยกรณีที่ใจอ่อนไหว กดโอนไว อาจเก็บผ่านกองทุนรวมตลาดเงินสกุลเงินบาทไว้ ส่วนใครที่มีกำลังมากพอจะเก็บเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินได้ 6-12 เดือน แนะนำว่า อาจจะแบ่งครึ่งหนึ่งเก็บไว้ในรูปสกุลเงินบาท และอีกครึ่งหนึ่งเก็บไว้ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ไม่ว่าจะเป็นผ่านบัญชีเงินฝาก FCD หรือ e-FCD หรือกองทุนรวมตลาดเงินสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)
เมื่อมีเงินก้อนนี้เพียงพอแล้ว ลำดับถัดไป ก็ค่อยหาช่องทางเก็บเงินออมก้อนที่มีไว้เพื่อเป้าหมายอื่นๆ ในช่องทางที่มีโอกาสร้างผลตอบแทนได้มากกว่านี้ต่อไปได้
สุดท้ายนี้ อยากฝากทุกท่านว่า อย่าตื่นตระหนกเกินไป เมื่อข่าวร้ายมา แต่ให้ใช้โอกาสนี้ วางแผนการเงินให้ดี เพราะในวันที่โลกไม่นิ่ง การมีเงินนิ่งรอไว้ จะช่วยให้ชีวิตเดินหน้าสู่เป้าหมายชีวิตที่วางไว้ได้นิ่งขึ้น และอย่าลืมเลือกเครื่องมือทางการเงินให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ในการเก็บออมเงิน เพื่ออนาคตทางการเงินที่ยั่งยืน
คำเตือน
หมายเหตุ : บทความจัดทำโดย SCB CIO ณ วันที่ 16 เม.ย. 2569