ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
การใช้และการจัดการคุกกี้
ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
15-12-2568
ใครที่สนใจลงทุนในหุ้นต่างประเทศ คงเคยได้ยินชื่อ Nasdaq บ่อยๆ ใช่ไหม? แต่รู้หรือไม่ว่า Nasdaq คืออะไรกันแน่ และทำไมมันถึงสำคัญมากสำหรับนักลงทุนทั่วโลก รวมถึงคนไทยอย่างเราด้วย บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ Nasdaq ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา ความสำคัญในโลกการลงทุน ไปจนถึงวิธีการเริ่มต้นลงทุนสำหรับมือใหม่ชาวไทย มาเริ่มกันเลย!
เมื่อเราพูดถึงตลาดหุ้นระดับโลก หลายคนอาจนึกถึงแต่ Wall Street แต่ความจริงแล้ว ตลาดหุ้นที่เป็นบ้านของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่เรารู้จักกันดีอย่าง Apple, Google หรือ Facebook กลับเป็นอีกตลาดหนึ่งที่มีชื่อว่า "Nasdaq" มาทำความรู้จักกับตลาดแห่งนี้ให้มากขึ้นกัน
Nasdaq ย่อมาจาก National Association of Securities Dealers Automated Quotations เป็นตลาดหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสหรัฐอเมริกา รองจาก New York Stock Exchange (NYSE) แต่เป็นตลาดที่มีมูลค่าซื้อขายสูงที่สุดในโลก
Nasdaq ก่อตั้งขึ้นในปี 1971 โดยเริ่มต้นด้วยวัตถุประสงค์ที่จะแก้ปัญหาของระบบการซื้อขายแบบเดิม ด้วยการพัฒนาระบบซื้อขายอิเล็กทรอนิกส์อัตโนมัติ ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติวงการตลาดหุ้นในยุคนั้น เพราะก่อนหน้านี้การซื้อขายหุ้นต้องผ่านนายหน้าและโบรกเกอร์ที่ต้องเจรจาต่อรองราคากันโดยตรง
นอกจากนี้ Nasdaq ยังเปิดโอกาสให้บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่ไม่สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักอย่าง NYSE ได้ มาจดทะเบียนที่นี่แทน ซึ่งในยุคนั้นมีบริษัทเทคโนโลยีมากมายที่เลือกจดทะเบียนใน Nasdaq เช่น Apple, Microsoft และอีกหลายบริษัทที่ปัจจุบันกลายเป็นยักษ์ใหญ่ระดับโลก
Nasdaq มีความแตกต่างจาก NYSE หลายอย่างด้วยกัน
หลังจากที่เราทำความรู้จักกับ Nasdaq และประวัติความเป็นมาแล้ว คำถามต่อไปที่น่าสนใจคือ ทำไมตลาดแห่งนี้ถึงมีความสำคัญและโดดเด่นในโลกการลงทุนมากขนาดนี้? มาดูกันว่าอะไรที่ทำให้ Nasdaq กลายเป็นตลาดที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจ
Nasdaq ได้กลายเป็นเสมือนบ้านของบริษัทเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นนำของโลก เนื่องจากมีข้อกำหนดในการจดทะเบียนที่ยืดหยุ่นกว่า NYSE ทำให้บริษัทสตาร์ทอัพและเทคโนโลยีที่กำลังเติบโตสามารถระดมทุนได้ง่ายขึ้น
ปัจจุบันมีบริษัทกว่า 3,000 แห่งที่จดทะเบียนใน Nasdaq ทำให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งนี้มีมูลค่าสูงกว่า 14 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นบ้านของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่เรารู้จักกันดี เช่น
เมื่อเราได้เข้าใจพื้นฐานของตลาด Nasdaq แล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างที่นักลงทุนควรรู้คือ "ดัชนี" ที่ใช้ในการอ้างอิงและติดตามการเคลื่อนไหวของตลาดนี้ โดยเฉพาะ Nasdaq-100 ที่มักถูกอ้างถึงบ่อยครั้งในข่าวการลงทุน แล้วมันคืออะไรกันแน่?
เมื่อพูดถึงการลงทุนใน Nasdaq คนส่วนใหญ่มักนึกถึง Nasdaq-100 ซึ่งเป็นดัชนีที่รวบรวม 100 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดและมีสภาพคล่องสูงที่สุดที่จดทะเบียนใน Nasdaq ยกเว้นบริษัทในกลุ่มการเงิน
จริงๆ แล้ว ดัชนี Nasdaq มีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ
ทั้งสองดัชนีใช้วิธีคำนวณแบบถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตลาด (Market Cap Weighted) ซึ่งหมายความว่า หุ้น Nasdaq ของบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงจะมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีมากกว่า
Nasdaq-100 มีความโดดเด่นด้วยสัดส่วนของบริษัทเทคโนโลยีที่สูงมาก โดยทั่วไปมีการแบ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมดังนี้
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2015-2024) ดัชนี Nasdaq-100 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่า 15% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าดัชนี S&P 500 ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 10-12% ต่อปี และสูงกว่าตลาดหุ้นไทย (SET) อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจว่าผลตอบแทนที่สูงกว่ามาพร้อมกับความผันผวนที่มากกว่าด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ
หลังจากเข้าใจความสำคัญและศักยภาพของ Nasdaq แล้ว คำถามสำคัญสำหรับนักลงทุนไทยคือ "เราจะเริ่มต้นลงทุนในตลาดนี้ได้อย่างไร?" โชคดีที่ปัจจุบันมีทางเลือกหลากหลายที่ทำให้การเข้าถึงตลาดหุ้นต่างประเทศไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
การลงทุนใน Nasdaq จากประเทศไทยสามารถทำได้หลายวิธี แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ดังนี้
วิธีนี้เป็นทางเลือกที่สะดวกและเป็นที่นิยมที่สุดสำหรับนักลงทุนไทย โดยเฉพาะกองทุนประเภท Feeder Fund ที่นำเงินไปลงทุนในกองทุนหลักในต่างประเทศที่ลงทุนในหุ้นกลุ่ม Nasdaq
ตัวอย่างกองทุนรวมในไทยที่ลงทุนใน Nasdaq:
ข้อดี:
ข้อเสีย:
ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมี ETF (Exchange Traded Fund) ที่อิงกับดัชนีต่างประเทศ รวมถึง Nasdaq-100 ให้เลือกลงทุน เช่น NASDAQ100TH
ข้อดี:
ข้อเสีย:
นักลงทุนสามารถเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศกับโบรกเกอร์ไทยที่ให้บริการ เช่น SCB Securities หรือบริการ InnovestX ของ SCB
ข้อดี:
ข้อเสีย:
การลงทุนในตลาดต่างประเทศอย่าง Nasdaq มีทั้งโอกาสและความท้าทาย นักลงทุนที่ฉลาดควรพิจารณาทั้งสองด้านก่อนตัดสินใจลงทุน มาดูกันว่ามีข้อดีและข้อควรระวังอะไรบ้างที่เราควรรู้
เมื่อคุณตัดสินใจว่าต้องการลงทุนใน Nasdaq แล้ว ขั้นตอนสำคัญต่อไปคือการวางแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินและเป้าหมายส่วนบุคคลของคุณ นี่คือแนวทางที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น
ก่อนเริ่มลงทุนใน Nasdaq ควรประเมินความเสี่ยงส่วนบุคคลตามปัจจัยต่อไปนี้
หลังจากทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Nasdaq และวิธีการลงทุนแล้ว ยังมีคำถามที่นักลงทุนมือใหม่มักสงสัยอีกหลายข้อ มาดูคำตอบสำหรับคำถามยอดฮิตเหล่านี้กัน
ดัชนี Nasdaq เป็นตลาดที่รวมบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก ซึ่งมีโอกาสเติบโตสูงในระยะยาว การลงทุนใน Nasdaq จึงเป็นโอกาสดีสำหรับนักลงทุนไทยที่ต้องการกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดต่างประเทศและได้รับผลตอบแทนที่มีศักยภาพสูง
อย่างไรก็ตาม ควรเข้าใจว่าการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีมาพร้อมกับความผันผวนที่สูง จึงเหมาะกับนักลงทุนที่มีระยะเวลาลงทุนยาว และสามารถรับความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง
เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการศึกษาข้อมูล ประเมินความเสี่ยงของตนเอง และเลือกวิธีการลงทุนที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นผ่านกองทุนรวม ETF หรือการซื้อหุ้นโดยตรง พร้อมทยอยลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้คุณก้าวสู่โลกการลงทุนระดับโลกได้อย่างมั่นใจ!
อ้างอิง