โครงสร้างการกำกับดูแลความยั่งยืน
Sustainability Governance Structure
ธนาคารได้กำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลด้านความยั่งยืน เพื่อให้การบริหารจัดการงานด้านความยั่งยืนของธนาคารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความต่อเนื่องและเป็นระบบ โดยกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบตั้งแต่ระดับคณะกรรมการธนาคารจนถึงระดับปฏิบัติงาน
ระดับคณะกรรมการ / หน่วยงานบทบาทและความรับผิดชอบ
ระดับคณะกรรมการธนาคาร
คณะกรรมการธนาคาร
(Board of Directors: BOD)
อนุมัตินโยบายและทิศทางกลยุทธ์ กำกับดูแลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน
ระดับคณะกรรมการชุดย่อย
คณะกรรมการบริหาร
(Executive Committee: EXCOM)
พิจารณาให้ความเห็นชอบนโยบายและทิศทางกลยุทธ์ ดูแลให้มีการกำหนดโครงสร้างองค์กร ผลักดันการดำเนินงานด้านความยั่งยืน
คณะกรรมการกำกับความเสี่ยง
(Risk Oversight Committee)
พิจารณาและกำกับดูแลกรอบการบริหารความเสี่ยงของธนาคาร รวมถึงความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเสี่ยงด้านสังคม และความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาล (ESG Risk)
ระดับคณะกรรมการฝ่ายจัดการ
คณะกรรมการจัดการคณะกรรมการจัดการ
(Management Committee: MCOM)
พิจารณาให้ความเห็นต่อระดับความเสี่ยงด้านความยั่งยืนที่ยอมรับได้ แผนกลยุทธ์ รวมถึงตัวชี้วัดผลงานและเป้าหมาย (Sustainability KPIs and Target) ที่เกี่ยวข้อง ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน รวมถึงดูแลให้มีการพัฒนาความรู้
และยกระดับศักยภาพบุคลากรในเรื่องความยั่งยืน พิจารณาการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
(Risk Management Committee)
พิจารณาให้ความเห็นต่อระดับความเสี่ยงด้าน ESG ที่ยอมรับได้ แผนกลยุทธ์ รวมถึงตัวชี้วัดผลงานและเป้าหมาย (KPIs, KRIs, and Target) ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน รวมถึงดูแลให้มีการพัฒนาความรู้และยกระดับศักยภาพบุคลากรในเรื่องความยั่งยืน พิจารณาการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน
คณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงาน
ด้านความยั่งยืน (ESG Steering Committee)
พิจารณากลั่นกรองนโยบายและขับเคลื่อนแผนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน ตลอดจนสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยเฉพาะการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์และเชิงเทคนิคประเด็นใหม่ หรือต้องมีการดำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน
ระดับหน่วยงาน
หน่วยงานความยั่งยืนของธนาคาร
สนับสนุนและประสานการดำเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนกลยุทธ์ความยั่งยืนของธนาคาร ตลอดจนผลักดันการนำนโยบายและแนวทางความยั่งยืนนำไปสู่ปฏิบัติในธนาคาร ติดตามข้อมูล และจัดทำการรายงานอย่างเป็นระบบ
การกำกับดูแลกิจการที่ดี
Corporate Governance

ธนาคารให้ความสำคัญกับการมีโครงสร้างคณะกรรมการที่เป็นอิสระโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการกำกับดูแลการบริหารงานของธนาคาร และเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practices) ทั้งนี้ ธนาคารกำหนดให้คณะกรรมการสรรหา ค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล มีหน้าที่รับผิดชอบในการสรรหากรรมการธนาคารที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการธนาคารหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น พิจารณาแต่งตั้งโดยจะพิจารณาจากองค์ประกอบที่หลากหลาย อาทิ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร ซึ่งกระบวนการคัดเลือกกรรมการธนาคารตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเท่าเทียมและความเสมอภาค โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติในเรื่องความแตกต่างของเพศ สัญชาติ เชื้อชาติ ศาสนา สถานภาพสมรส นอกจากนี้ธนาคารยังได้นำเครื่องมือการประเมินทักษะกรรมการ (Board Skill Matrix) มาใช้ในการประเมินคุณสมบัติของคณะกรรมการธนาคารด้วย ซึ่งธนาคารดำเนินการทบทวนให้มีความเหมาะสมและเป็นปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอ

การประเมินผลการปฏิบัติงานและค่าตอบแทนของผู้บริหาร

ธนาคารกำหนดให้ผลการดำเนินงานขององค์กร (Corporate Performance) เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีของผู้บริหารซึ่งรวมถึง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ขึ้นไป โดยมีคณะกรรมการสรรหา ค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล รับผิดชอบในการนำเสนอค่าตอบแทนดังกล่าว เพื่อให้คณะกรรมการธนาคารพิจารณาให้ความเห็นชอบและกำหนดค่าตอบแทนที่เหมาะสมตามนโยบายของธนาคาร ซึ่งจะเชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานของธนาคารทั้งในระยะสั้น และระยะยาว และสอดคล้องกับผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารแต่ละคน

การประเมินผลการปฏิบัติงานและค่าตอบแทนของพนักงาน

เพื่อบริหารและจูงใจให้บุคลากรสร้างสรรค์ผลงานและปรับปรุงการทำงานที่สนับสนุนเป้าหมายองค์กร ตลอดจนส่งเสริมพฤติกรรมตามค่านิยมขององค์กร อันจะนำไปสู่การพิจารณาปรับค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรมและแข่งขันได้ การปรับเลื่อนตำแหน่งอย่างเหมาะสม รวมถึงการจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพ ธนาคารจึงนำระบบการประเมินผลที่สอดคล้องกับแนวปฏิบัติชั้นนำของกลุ่มอุตสาหกรรม มาใช้ในการบริหารผลการปฏิบัติงานของพนักงานทุกระดับ ประกอบด้วยกระบวนการประเมิน 4 ขั้นตอน ดังนี้

1
การประเมินตนเอง
พนักงานประเมินผลการปฏิบัติงานของตนเองโดยเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ล่วงหน้าที่สามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน จัดให้มีการประเมินเป็นประจำทุกปี อีกทั้งมีการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอโดยผู้บังคับบัญชา
2
การประเมินโดยผู้บังคับบัญชา
ผู้บังคับบัญชาประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ เพื่อให้แน่ใจว่าการปฏิบัติงานสนับสนุนเป้าหมายของธนาคาร
3
การเทียบเคียงกับผลการประเมินขององค์กร
ผลการประเมินรายบุคคลจะถูกนำไปเทียบเคียงกับผลการประเมินพนักงานในระดับองค์กร ครอบคลุมการประเมินแบบ 360 องศา
4
การสื่อสารผลการประเมิน
ผู้บังคับบัญชาและผู้ปฏิบัติงานหารือเกี่ยวกับโอกาสในการพัฒนาปรับปรุง พนักงานจะได้รับคำแนะนำและโอกาสเข้าโปรแกรมฝึกอบรม

นอกจากนี้ ธนาคารยังได้จัดทำโครงการวางแผนและพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning) อย่างเป็นระบบสำหรับตำแหน่งผู้บริหารที่สำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่ามีผู้สืบทอดตำแหน่งที่มีความพร้อม สามารถขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างต่อเนื่องและเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

การให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม

ธนาคารมุ่งส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการโดยยึดประโยชน์และความพึงพอใจของลูกค้าเป็นที่ตั้ง สอดคล้องกับความต้องการและความสามารถทางการเงินของลูกค้า ควบคู่ไปกับการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมเพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนในการประกอบการตัดสินใจ ตลอดจนรักษาความลับของข้อมูลลูกค้าอย่างเคร่งครัด

นโยบายการให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct) ของธนาคารและกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กำหนดระบบการบริหารจัดการการให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรมอันประกอบด้วย 9 แนวทางปฏิบัติ ดังนี้

แนวทางที่ 1
วัฒนธรรมองค์กร และบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูง
ส่งเสริมให้เป็นวัฒนธรรมองค์กรผ่านการสื่อสารนโยบายและแผนกลยุทธ์ มอบหมายและกำหนดขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้บริหาร กลุ่มงาน และบุคลากรที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ครอบคลุมทั้ง 9 แนวทางปฏิบัติ
แนวทางที่ 2
การออกหรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์
ต้องเหมาะสมกับความต้องการ ความสามารถทางการเงิน ระดับความเสี่ยง และความสามารถของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ผ่านกระบวนการที่ดำเนินงานร่วมกัน 4 หน่วยงาน ได้แก่ บริหารความเสี่ยง กฎหมาย กำกับและควบคุม และสายงานป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน เพื่อให้เกิดการตรวจสอบและถ่วงดุล
แนวทางที่ 3
การจ่ายค่าตอบแทน
กำหนดโครงสร้างการจ่ายค่าตอบแทน ทั้ง KPI และเงินรางวัลจูงใจ (Incentive) โดยมีสัดส่วนที่เหมาะสม ครอบคลุมทั้งเป้าหมายด้านคุณภาพการขายและยอดขาย ตลอดจนมีหน่วยงานอิสระสอบทานและประเมินคุณภาพการให้บริการ
แนวทางที่ 4
กระบวนการขาย
คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของลูกค้า การได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน ไม่บิดเบือนหรือเกินจริง ผ่านกระบวนการเตรียมความพร้อมก่อน ระหว่าง และหลังการขายและให้บริการ
แนวทางที่ 5
การเตรียมความพร้อมของพนักงาน
จัดให้มีการสื่อสารและฝึกอบรมแก่พนักงานและนายหน้า (Agent) ทุกระดับที่เกี่ยวข้องกับการขายและให้บริการแก่ลูกค้าให้ตระหนักถึงความสำคัญของการให้บริการอย่างเป็นธรรม
แนวทางที่ 6
การดูแลข้อมูลของลูกค้า (Data Privacy)
ดูแลและเก็บรักษาข้อมูลของลูกค้าโดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัว มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ
แนวทางที่ 7
การแก้ไขปัญหาและจัดการเรื่องร้องเรียน
กำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหา จัดการเรื่องร้องเรียน ตลอดจนการชดเชยเยียวยาให้ชัดเจน รวดเร็ว เป็นอิสระ มีประสิทธิภาพ และยุติธรรม พร้อมทั้งนำเรื่องร้องเรียนมาประเมินความเสี่ยง
แนวทางที่ 8
การควบคุม กำกับ และตรวจสอบ
ติดตามและตรวจสอบการปฏิบัติงานด้านการขายและการให้บริการในทุกระบบ รวมถึงกำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบภายใต้หลักการ 3 Lines of Defense
แนวทางที่ 9
การปฏิบัติงานและแผนรองรับการปฏิบัติงาน
กำหนดวิธีการบริหารจัดการเกี่ยวกับการให้บริการแก่ลูกค้า พร้อมระบบปฏิบัติการ การบริหารความเสี่ยง และแผนรองรับการปฏิบัติงาน ทั้งกรณีปกติและกรณีเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้ความต้องการของลูกค้าได้รับการดำเนินการอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา และได้รับบริการอย่างต่อเนื่องและเป็นธรรม

ทั้งนี้ นโยบายการให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct) ของธนาคารและกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ยังกำหนดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ นโยบาย มาตรการ ตลอดจนเครื่องมือเพื่อป้องกัน หรือบริหารจัดการไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ รวมถึงมาตรการทางวินัยในกรณีที่มีการปฏิบัติไม่เป็นไปตามที่กำหนด ภายใต้กระบวนการประเมินความเสี่ยง และการทบทวนมาตรการอย่างสม่ำเสมอ

การติดตามทวงถามหนี้สำหรับบุคคลธรรมดา

ธนาคารกำหนดระเบียบการติดตามทวงถามหนี้สำหรับบุคคลธรรมดาอันเป็นไปตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 และประกาศคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ตลอดจนแนวปฏิบัติในการติดตามทวงถามหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทยและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ติดตามหนี้ของธนาคารจะต้องผ่านการอบรมและแบบทดสอบตามเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนดก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนจะต้องเข้าสอบทบทวนความรู้ความเข้าใจในการติดตามทวงถามหนี้เป็นประจำ

ภายใต้ระเบียบดังกล่าว ธนาคารกำหนดหลักเกณฑ์การติดตามทวงถามหนี้ที่ชัดเจน เหมาะสม อันประกอบด้วย หน้าที่และความรับผิดชอบ จรรยาบรรณการติดตามทวงถามหนี้ การแสดงตนและการให้ข้อมูลเพื่อการทวงถามหนี้ สถานที่ติดต่อทวงถามหนี้ วันและเวลา จำนวนครั้งในการติดต่อทวงถามหนี้ วิธีการทวงถามหนี้ อัตราค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ในการทวงถามหนี้ การรับข้อร้องเรียนจากลูกหนี้ มาตรการลงโทษผู้ทวงถามหนี้ ตลอดจนข้อกำหนดที่สำคัญอื่นๆ ทั้งนี้ ธนาคารได้กำหนดบทลงโทษในการไม่ปฏิบัติ ละเว้นการปฏิบัติตาม หรือกระทำการโดยมีเจตนาทุจริตหรือปราศจากอำนาจและนอกเหนือหน้าที่ โดยจะถือว่าเป็นการกระทำผิดทางวินัย และจะต้องได้รับโทษตามที่ธนาคารกำหนด

การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า

ธนาคารไทยพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งคำถาม ข้อเสนอแนะ ปัญหาการใช้บริการ และข้อร้องเรียน เพื่อให้ลูกค้าได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เป็นธรรม โปร่งใส และสามารถติดตามได้ ธนาคารกำหนดกระบวนการดูแลเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การรับเรื่อง การบันทึกข้อมูล การตรวจสอบข้อเท็จจริง การแก้ไขปัญหา การแจ้งผล และการนำข้อมูลไปปรับปรุงผลิตภัณฑ์ บริการ และกระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้อง

1. ช่องทางติดต่อและรับเรื่องจากลูกค้า

ธนาคารจัดให้มีช่องทางการติดต่อที่หลากหลาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูล ขอความช่วยเหลือ แจ้งปัญหาการใช้บริการ หรือส่งข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะได้ตามช่องทางที่สะดวกดังนี้

  • บริการแชตบอตอัจฉริยะ (AI-based Chatbot)
    ธนาคารให้บริการแชตบอตที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ผ่านแอปพลิเคชัน SCB EASY และ LINE OA SCB Connect ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าในการสอบถามข้อมูล ทำธุรกรรม และให้ข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ ครอบคลุมทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจ
  • การติดต่อผ่านแบบฟอร์มออนไลน์หรืออีเมลโดยตรง
    ลูกค้าสามารถส่งคำถาม ข้อคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะผ่านอีเมล [email protected]
  • ศูนย์บริการลูกค้าทางโทรศัพท์
    ลูกค้าสามารถติดต่อธนาคารผ่านหมายเลขโทรศัพท์เฉพาะสำหรับแต่ละกลุ่มลูกค้า ดังนี้
    ลูกค้าบุคคล: 0 2777 7777 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
    ลูกค้าธุรกิจ: 0 2722 2222 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
    ศูนย์แจ้งปัญหาอาชญากรรมทางการเงิน 0 2777 7575 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
  • การติดต่อ ณ สาขาของธนาคาร
    ลูกค้าสามารถติดต่อขอรับบริการได้ที่สาขาของธนาคารไทยพาณิชย์ทั่วประเทศ
  • ช่องทางไปรษณีย์
    ลูกค้าสามารถส่งคำถาม ข้อคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะผ่านทางที่อยู่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (สำนักงานใหญ่) 9 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 เมื่อได้รับเรื่อง ธนาคารจะบันทึกข้อมูลในระบบรับเรื่องร้องเรียน เพื่อให้สามารถติดตามสถานะ ตรวจสอบประวัติการดูแลลูกค้า และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างเป็นระบบ

2. การรับเรื่องและยืนยันการรับเรื่อง

เมื่อธนาคารได้รับฟังเสียงของลูกค้า หน่วยงานที่รับเรื่องจะสรุปประเด็น ความต้องการของลูกค้า และข้อมูลประกอบที่จำเป็น จากนั้นบันทึกเรื่องในระบบและส่งต่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการแก้ไขตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง สำหรับเรื่องที่ได้รับผ่านหน่วยงานทางการ ผู้บริหาร หรือช่องทางพิเศษ ธนาคารจะติดต่อลูกค้าหรือผู้ร้องเรียนโดยเร็ว เพื่อยืนยันการรับเรื่อง พร้อมแจ้งกรอบระยะเวลาดำเนินการให้ชัดเจน ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการขึ้นอยู่กับช่องทาง ประเภทผลิตภัณฑ์ และลักษณะของปัญหา โดยธนาคารจะดำเนินการตามระยะเวลาที่ธนาคารหรือหน่วยงานทางการกำหนด

3. การตรวจสอบสาเหตุและการแก้ไขปัญหา

ธนาคารให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยพิจารณาข้อมูลจากระบบ เอกสาร หลักฐานการให้บริการ ประวัติการติดต่อ และข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อระบุสาเหตุของปัญหาและกำหนดแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม นอกจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะราย ธนาคารยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขที่ต้นเหตุ เช่น การปรับปรุงระบบงาน กระบวนการทำงาน เงื่อนไขผลิตภัณฑ์หรือบริการ การสื่อสารภายใน และการอบรมพนักงาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาลักษณะเดียวกันซ้ำ

4. การบันทึก ติดตาม และทบทวนข้อร้องเรียน

ธนาคารกำหนดให้มีการบันทึกข้อร้องเรียนและผลการดำเนินการในระบบรับเรื่องร้องเรียน เพื่อใช้ติดตามสถานะ ตรวจสอบประวัติการดูแลลูกค้า และจัดทำรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีการติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลข้อร้องเรียนเป็นประจำ เพื่อประเมินแนวโน้ม ประเด็นที่เกิดซ้ำ และประสิทธิภาพของการแก้ไขปัญหา

ข้อมูลข้อร้องเรียนถูกรายงานต่อคณะกรรมการจัดการข้อร้องเรียนเป็นประจำทุกเดือน รายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการ Market Conduct เป็นรายไตรมาส และรายงานภาพรวมต่อคณะกรรมการธนาคารอย่างน้อยปีละครั้ง ทั้งนี้ ธนาคารนำข้อมูลจากข้อร้องเรียนและข้อเสนอแนะของลูกค้ามาใช้ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ บริการ ระบบงาน วิธีปฏิบัติงาน การควบคุมภายใน และการสื่อสารกับพนักงาน เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการและลดโอกาสการเกิดปัญหาซ้ำในอนาคต

5. การให้บริการที่ครอบคลุม

ธนาคารให้ความสำคัญกับการให้บริการที่เข้าถึงได้และเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม โดยมีช่องทาง Call Center ที่มีพนักงานดูแล เพื่อสนับสนุนลูกค้าที่ต้องการความช่วยเหลือหรือมีข้อจำกัดในการใช้บริการผ่านช่องทางดิจิทัล (อาทิ ลูกค้าสูงอายุ) พร้อมทั้งพัฒนาแนวทางการให้บริการที่คำนึงถึงความเข้าใจ ความเอาใจใส่ และการสื่อสารที่เหมาะสมกับลูกค้า

การบริหารจัดการความเสี่ยง
Risk Management
โครงสร้างการบริหารจัดการความเสี่ยง

ธนาคารมีคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงซึ่งทำหน้าที่กำหนดกลยุทธ์ในการบริหารความเสี่ยงให้สอดคล้องกับแนวทางที่คณะกรรมการธนาคารกำหนด ตลอดจนกำกับดูแลการบริหารความเสี่ยงโดยรวมของธนาคารและกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ในปี 2561 ธนาคารได้จัดตั้งคณะกรรมการกำกับความเสี่ยง (Risk Oversight Committee) ซึ่งเป็นคณะกรรมการธนาคารชุดย่อยในระดับบริหาร ที่มีกรรมการอิสระและกรรมการที่ไม่ใช่ผู้บริหารหรือที่ปรึกษาของธนาคารเกินกึ่งหนึ่ง โดยมีกรรมการอิสระทำหน้าที่ประธานคณะ ซึ่งเป็นการยกระดับบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูง

คณะกรรมการกำกับความเสี่ยงมีบทบาทและหน้าที่ในการให้คำแนะนำคณะกรรมการธนาคารในการกำหนดทิศทางการบริหารจัดการความเสี่ยงให้เหมาะสมกับกลยุทธ์เชิงธุรกิจของธนาคาร กำกับดูแลการปฏิบัติตามกรอบการบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าความเสี่ยงทั้งหมดภายในองค์กรได้ถูกควบคุมและติดตามให้อยู่ในระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite)

ตลอดจนให้คำแนะนำแก่คณะกรรมการธนาคารในการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่คำนึงถึงความเสี่ยง (Risk Culture) และการปฏิบัติตามวัฒนธรรมองค์กร พร้อมกันนี้ธนาคารยังมีคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงในระดับจัดการ ทำหน้าที่ทบทวนและให้ความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการบริหารความเสี่ยง กรอบการบริหารและควบคุมความเสี่ยง เพื่อให้คณะกรรมการกำกับความเสี่ยงและคณะกรรมการธนาคารพิจารณาอนุมัติ รวมถึงกำกับดูแลการบริหารความเสี่ยงโดยภาพรวมของธนาคารและกลุ่มธุรกิจทางการเงิน

กรอบการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการความเสี่ยง

ธนาคารได้นำกรอบการกำกับดูแล "แนวป้องกัน 3 ชั้น" มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพและตรวจสอบความถูกต้องในแต่ละกระบวนการ ซึ่งเป็นความร่วมมือจากทุกหน่วยงานภายในธนาคาร ตั้งแต่ระดับคณะกรรมการธนาคารจนถึงระดับปฏิบัติงาน อีกทั้งยังใช้เครื่องมือการประเมินตนเองเพื่อควบคุมความเสี่ยง (Risk Control Self-assessment: RCSA) สำหรับการประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น ก่อนจะนำเสนอต่อคณะกรรมการกำกับความเสี่ยง และคณะกรรมการธนาคารเพื่อพิจารณาและประเมินความเสี่ยงในระดับองค์กรต่อไป

ระบบการบริหารความเสี่ยงของธนาคารประกอบด้วย 4 ขั้นตอน

1
การระบุประเภทความเสี่ยง
ประเภทความเสี่ยงประกอบด้วย
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์
ความเสี่ยงด้านเครดิต
ความเสี่ยงด้านตลาด
ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง
ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน
ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยในบัญชีเพื่อการธนาคาร
ความเสี่ยงด้านชื่อเสียง
ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี
ความเสี่ยงด้านทรัพยากรบุคคล
ความเสี่ยงด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
2
การวัดความเสี่ยง
การวัดความเสี่ยงแต่ละประเภท ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยใช้โมเดลที่เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยงและบริบทของธนาคาร
3
การติดตามและควบคุมความเสี่ยง
การกำหนดระดับตัวชี้วัดความเสี่ยงที่สำคัญและเพดานความเสี่ยง รวมถึงดำเนินกระบวนการควบคุมภายในอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง
4
การรายงานความเสี่ยง
การรายงานความเสี่ยงแก่ผู้เกี่ยวข้องและผู้บริหารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกฝ่ายรับรู้และสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างทันท่วงที
การปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ
Regulatory Compliance
ธนาคารไทยพาณิชย์มุ่งส่งเสริมพนักงานให้ปฏิบัติตามนโยบายและแนวปฏิบัติที่สำคัญขององค์กร ซึ่งมีความสอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมาตรฐานการดำเนินงานสากลที่เกี่ยวข้อง
จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ

ภายใต้ระเบียบดังกล่าว ธนาคารกำหนดหลักเกณฑ์การติดตามทวงถามหนี้ที่ชัดเจน เหมาะสม อันประกอบด้วย หน้าที่และความรับผิดชอบ จรรยาบรรณการติดตามทวงถามหนี้ การแสดงตนและการให้ข้อมูลเพื่อการทวงถามหนี้ สถานที่ติดต่อทวงถามหนี้ วันและเวลา จำนวนครั้งในการติดต่อทวงถามหนี้ วิธีการทวงถามหนี้ อัตราค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ในการทวงถามหนี้ การรับข้อร้องเรียนจากลูกหนี้ มาตรการลงโทษผู้ทวงถามหนี้ ตลอดจนข้อกำหนดที่สำคัญอื่นๆ ทั้งนี้ ธนาคารได้กำหนดบทลงโทษในการไม่ปฏิบัติ ละเว้นการปฏิบัติตาม หรือกระทำการโดยมีเจตนาทุจริตหรือปราศจากอำนาจและนอกเหนือหน้าที่ โดยจะถือว่าเป็นการกระทำผิดทางวินัย และจะต้องได้รับโทษตามที่ธนาคารกำหนด

นโยบายการให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct) ของธนาคารและกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กำหนดระบบการบริหารจัดการการให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรมอันประกอบด้วย 9 แนวทางปฏิบัติ ดังนี้

กระบวนการบริหารจัดการเรื่องร้องเรียนและกรณีทุจริต

ธนาคารกำหนด Whistleblower Guideline เพื่อเป็นกรอบในการบริหารจัดการกระบวนการรับแจ้งข้อมูลหรือเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตและคอร์รัปชัน การไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ กฎระเบียบ และจรรยาบรรณของธนาคาร โดยธนาคารจัดให้มีช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนที่หลากหลาย และมีนโยบายในการรักษาความลับโดยไม่เปิดเผยตัวตนของผู้ร้องเรียนเพื่อรักษาความลับ คุ้มครองผู้ร้องเรียน และป้องกันการได้รับผลกระทบจากการร้องเรียน ทั้งนี้ ธนาคารได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อทำหน้าที่สอบสวนเมื่อได้รับแจ้งอย่างทันท่วงที ซึ่งคณะกรรมการจะรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการวินัยเพื่อพิจารณาโทษทางวินัย และรายงานผลการพิจารณาต่อคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อรับทราบทุกๆ 3 เดือน ทั้งนี้ ธนาคารสนับสนุนให้พนักงานทุกระดับรายงานเหตุหรือกรณีที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อธนาคารผ่านช่องทางที่ธนาคารจัดเตรียมไว้ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและพิจารณาต่อไป

กระบวนการบริหารจัดการเรื่องร้องเรียนและรายงานการกระทำผิดกรณีปฏิบัติงานบกพร่องหรือผิดพลาด และกรณีทุจริต
1
พนักงานหรือบุคคลภายนอกแจ้งเบาะแสหรือเรื่องร้องเรียนผ่านช่องทาง
อีเมล [email protected]
ระบบ Governance Risk Compliance (GRC) ผ่านอินทราเน็ต
ตู้ ปณ.117 ปณศ. จตุจักร
โทรศัพท์: 0-2544-2000
2
คณะทำงานรับเรื่องร้องเรียนและดำเนินการสืบสวน
รวบรวมพยานหลักฐานตามขั้นตอน เพื่อประกอบการพิจารณา
3
หากพบว่ามีมูลความผิดจริง
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะจัดตั้งคณะกรรมการหาข้อเท็จจริงตามระเบียบธนาคาร
4
ธนาคารดำเนินการติดตาม แก้ไข ปรับปรุงระบบภายใน
ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและป้องกันการเกิดซ้ำ
การป้องกันการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย

ธนาคารมุ่งยกระดับการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงเพื่อให้สอดรับกับบริบทในการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ซึ่งรวมถึงข้อเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายและแนวปฏิบัติตามมาตรฐานสากล ด้วยการพัฒนาระบบปฏิบัติการ การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจสอบตัวตนและพิสูจน์ทราบลูกค้า ตลอดจนปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง

ภายใต้กรอบการดำเนินงาน 'Prevention, Detection and Investigation' และนโยบายการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ซึ่งมีผลบังคับใช้กับพนักงานทุกระดับ ภายใต้นโยบายดังกล่าว ธนาคารได้กำหนดกระบวนการตรวจสอบลูกค้า (Know Your Customer: KYC and Customer Due Diligence: CDD) กับลูกค้าทุกรายโดยทำการขอเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อทำการตรวจสอบต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูง ลูกค้าจะต้องรายงานแหล่งที่มาของรายได้และวัตถุประสงค์ของการทำธุรกรรม

ยุทธศาสตร์ด้านภาษี

ธนาคารปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับภาษีที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ ซึ่งธนาคารได้ประกาศใช้นโยบายด้านภาษี โดยมีผลบังคับใช้กับธนาคารไทยพาณิชย์และบริษัทในเครือทั้งหมด นโยบายดังกล่าวเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับยุทธศาสตร์เชิงธุรกิจของธนาคาร และมุ่งปฏิบัติตามกฎและข้อบังคับตลอดจนสามารถสร้างมูลค่าสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น

การคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคล

ธนาคารเคารพสิทธิในความเป็นส่วนตัวและให้ความสำคัญกับการป้องกันการนำข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไปใช้อย่างไม่เหมาะสม รวมถึงการส่งต่อข้อมูลลูกค้าต่อให้บุคคลอื่นต้องไม่กระทบความเป็นส่วนตัวของลูกค้า โดยธนาคารได้กำหนดนโยบาย วิธีปฏิบัติ และมีระบบงานด้านการดูแลรักษาความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า ซึ่งกำหนดหน้าที่และการเข้าถึงข้อมูลลูกค้าของพนักงานแต่ละระดับให้สอดคล้องกับแนวทางป้องกัน 3 ระดับ (Three Lines of Defense) ตลอดจนออกแบบ พัฒนา และทดสอบระบบงานดังกล่าวให้มีความมั่นคงและรัดกุม โดยธนาคารมีการจัดระดับความลับของข้อมูล การเก็บรักษาและทำลายข้อมูล ตลอดจนควบคุมการเข้าถึงระบบงาน และการบริหารจัดการสิทธิของพนักงานให้เป็นปัจจุบัน

นอกจากนี้ ในกรณีการเปิดเผยข้อมูลลูกค้าให้บุคคลอื่นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด ธนาคารจะขอความยินยอมโดยให้สิทธิลูกค้าเลือกเปิดเผยข้อมูล โดยมีการจัดทำเอกสารแยกจากเอกสารการสมัครและแจ้งวัตถุประสงค์การขอความยินยอม รายชื่อผู้รับข้อมูล และช่องทางที่สอบถามรายชื่อผู้รับข้อมูลให้ลูกค้ารับทราบอย่างชัดเจน ในกรณีที่ลูกค้าต้องการยกเลิกการติดต่อจากผู้รับข้อมูล ธนาคารจัดให้มีช่องทางติดต่อผ่านศูนย์บริการลูกค้า (Customer Centre) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

การบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชน
Human Rights Management

นอกเหนือจากการให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิแรงงานภายในองค์กรแล้ว ธนาคารตระหนักถึงการบริหารจัดการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ซึ่งครอบคลุมความเสี่ยงเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรูปแบบต่างๆ ที่มีโอกาสเกิดขึ้นทั้งต่อพนักงาน ลูกค้า ชุมชน และคู่ค้า เช่น การเลือกปฏิบัติในสถานที่ทำงาน การละเมิดสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิความเป็นส่วนตัวของลูกค้า (Customer Privacy) ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อสิทธิชุมชนจากการสนับสนุนทางการเงินในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและที่ดินขนาดใหญ่ รวมถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากคู่ค้า เช่น ปัญหาด้านแรงงาน เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้ ธนาคารจึงได้ประกาศนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Policy) ที่จะเคารพและปฏิบัติตามหลักการและกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชนที่กำหนดไว้ทั้งระดับประเทศและระดับสากล โดยได้จัดทำกรอบแนวทางในการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Management Framework) ตลอดห่วงโซ่คุณค่า และปฏิบัติตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยการดำเนินธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP)

นอกจากนี้ เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับแนวทางการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากล ธนาคารได้มีการทบทวนและปรับปรุงแนวทางการดำเนินงาน ควบคู่ไปกับการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Risk Assessment) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความเสี่ยง และกำหนดแนวทางในการควบคุมหรือบรรเทาผลกระทบ รวมถึงติดตาม ตรวจสอบ และรายงานประสิทธิผลของการดำเนินงาน การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนนี้ครอบคลุมการดำเนินงานทั้งหมดของธนาคาร บริษัทย่อย กิจการร่วมค้า และห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งหมายรวมถึงผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายใน (อาทิ พนักงาน) และภายนอก (อาทิ คู่ค้า ผู้รับเหมา ชุมชน) รวมถึงกลุ่มเปราะบาง (อาทิ เด็ก ชนเผ่าพื้นเมือง แรงงานต่างด้าว)

ธนาคารยึดมั่นในการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนในทุกกิจกรรมการดำเนินงาน เพื่อป้องกันมิให้เกิดการละเมิดหรือก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน โดยธนาคารกำหนดให้มีการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำทุก 3 ปี

กระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence Process)
1

กำหนดนโยบายสิทธิมนุษยชน
วางกรอบนโยบายที่ครอบคลุมการเคารพสิทธิมนุษยชนตามหลักการ UNGP ให้เป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับทุกหน่วยงานในองค์กร
2

ประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
ระบุและประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่คุณค่า ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอก รวมถึงกลุ่มเปราะบาง
3

บูรณาการผลการประเมินกับกลไกการบริหารภายในองค์กร
นำผลการประเมินความเสี่ยงมากำหนดมาตรการและแผนงานในการป้องกัน บรรเทา และจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ
4

ติดตามและการรายงานผลการดำเนินงาน
ติดตามและประเมินประสิทธิผลของมาตรการที่ดำเนินการ พร้อมรายงานผลต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างสม่ำเสมอและโปร่งใส
5

แก้ไขและเยียวยากรณีเกิดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
จัดให้มีกลไกการร้องทุกข์และการเยียวยาที่มีประสิทธิภาพ เข้าถึงได้ง่าย และเป็นธรรม เพื่อแก้ไขผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้น