ด้านการพัฒนาสังคม บรรเทาทุกข์ บำรุงสุข รักษาสิ่งแวดล้อม และทำนุบำรุงศาสนา
โครงการช่วยเหลือชุมชน ช่วยเหลือผู้ประสบภัย พัฒนาชุมชน
โครงการที่ 1
โครงการจิตอาสา "SCB ชวนกันทำดี"

ธนาคารสนับสนุนให้พนักงานสละเวลาบำเพ็ญประโยชน์เพื่อปลูกฝังค่านิยมแห่งการช่วยเหลือ เสริมสร้างความสามัคคี และสร้างจิตสำนึกรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม

กิจกรรมจิตอาสาปี 2568
จิตอาสาประดิษฐ์ตุ๊กตาปันสุขสำหรับผู้ป่วยเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ พร้อมร่วมออกหน่วยแพทย์ผ่าตัดของมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม
จิตอาสาในโครงการ "ราษฎรสุขใจ พลานามัยสมบูรณ์ แพทย์พระราชทาน" โดยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วย
จัดถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและร่วมลงพื้นที่แจกจ่ายในพื้นที่ประสบภัย
ปลูกต้นไม้ท้องถิ่น 500 ต้น ทำปุ๋ยหมักจากใบไม้แห้ง ณ คุ้งบางกะเจ้า จ.สมุทรปราการ และเพาะกล้าร่วมกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จ.กาญจนบุรี
สร้างสนามส่งเสริมพัฒนาการเด็ก (Brain-Based Learning) ให้โรงเรียนใน จ.พิษณุโลก และ จ.ลพบุรี
บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ร่วมสำนักงานพระคลังข้างที่และกองทัพอากาศ ภายใต้โครงการจิตอาสาพระราชทาน "เราทำความดี ด้วยหัวใจ"
ผลการดำเนินงาน ปี 2568
3,740
พนักงานร่วมจิตอาสา
15,047
รวมชั่วโมงทั้งหมด
โครงการที่ 2
โครงการช่วยผู้ประสบภัยกับไทยพาณิชย์

ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2553 ร่วมกับทุกเหล่าทัพ หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่ายพันธมิตร ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะฟื้นฟู ด้วย "น้ำใจไทยพาณิชย์"

การช่วยเหลือแบบเร่งด่วน
ถุงยังชีพ · เรือ · เสื้อชูชีพ · ผ้าห่มกันหนาว · หน้ากากอนามัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นอย่างทันต่อเหตุการณ์
การช่วยเหลือฟื้นฟู
ซ่อมแซมบ้าน · ซ่อมแซมโรงเรียน เพื่อช่วยให้ผู้ประสบภัยกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว
ผลการดำเนินงาน ปี 2568
6,750
ถุงยังชีพที่ส่งมอบ
(แผ่นดินไหว 500 / อุทกภัย 5,050 / ชายแดนไทย-กัมพูชา 1,200)
4,800
ผ้าห่มกันหนาวที่ส่งมอบ
หมายเหตุ ถุงยังชีพผลิตจากขวดพลาสติก PET (1 ถุง = 18 ขวด) และผ้าห่มทอจากเส้นด้ายรีไซเคิลจากขวดพลาสติก PET (1 ผืน = 12 ขวด) เพื่อลดปริมาณขยะและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า
โครงการที่ 3
โครงการเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)

ร่วมกับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ตั้งแต่ปี 2563 ผ่าน 2 ด้านหลัก เพื่อให้ชุมชนมีภูมิคุ้มกันทั้งในสภาวะปกติและวิกฤต

ด้านเทคโนโลยี
ส่งเสริมชุมชนใช้ระบบเทคโนโลยีและอุปกรณ์ติดตามสถานการณ์น้ำ และเตือนภัยในพื้นที่ได้ทันท่วงที
ด้านฟื้นฟูและพัฒนาเชิงพื้นที่
ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในชุมชนอย่างยั่งยืน
7 พื้นที่ดำเนินการในปี 2568
น่าน · พิษณุโลก · ขอนแก่น · สกลนคร · พัทลุง · ยะลา-ปัตตานี · นราธิวาส
ผลการดำเนินงานปี 2568
7
ชุมชน
9,042
ครัวเรือน
36,177
ประชากร (คน)
โครงการที่ 4
โครงการพัฒนาชุมชนเชิงลึก

ธนาคารสนับสนุนมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ตั้งแต่ปี 2551 ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้วยการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสร้างความมั่นคงทางแหล่งน้ำ แก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และจัดทำแผนที่ผังน้ำสู่การเชื่อมโยงโครงข่ายแหล่งน้ำ และพัฒนาระบบน้ำดื่ม ให้มีน้ำสำหรับอุปโภค บริโภค และการเกษตรอย่างยั่งยืน โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมเชิงปฏิบัติการ มีการจัดการระบบเฝ้าระวังอุทกภัย ยกระดับสภาพความเป็นอยู่ของคนในชุมชนด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดย "ชุมชนโนนแต้" จังหวัดชัยภูมิ ที่ธนาคารสนับสนุนการดำเนินงาน เป็นหนึ่งในชุมชนที่ได้รับการพัฒนาและประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ และยังเป็นตัวอย่างในการขยายผลไปสู่ชุมชนใกล้เคียง

การพัฒนาพื้นที่เกษตรแปลงรวม
ยกร่องพื้นที่แปลง 30 ไร่ พลิกฟื้นพื้นที่น้ำท่วม เพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร สร้างรายได้ให้กับสมาชิกกลุ่มเฉลี่ย 8,000 บาทต่อเดือน ลดรายจ่ายเฉลี่ย 3,500 บาทต่อเดือน
ด้านปศุสัตว์
พัฒนาแหล่งเสบียงอาหารสัตว์ และพัฒนาสายพันธุ์โคพันธุ์ดี ช่วยลดรายจ่ายค่าผสมพันธุ์จากภายนอก เกิดรายได้ตลอดปีจากบริการน้ำเชื้อของพ่อพันธุ์ ช่วยเหลือเกษตรกรที่ขาดแคลนพันธุ์หญ้า โดยขายหญ้าในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด
การวิจัยและพัฒนาการปลูกข้าวลอยน้ำ
ร่วมกับคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่งเสริมการปลูกข้าวลอยน้ำด้วยเมล็ดพันธุ์ดีในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมของชุมชนโนนแต้และพื้นที่ใกล้เคียง สร้างโอกาสให้ชาวบ้านได้มีผลผลิตข้าวในช่วงน้ำท่วม และสนับสนุนให้ทดลองปลูกข้าวเหนียวพันธุ์ มข 60-1 เสริมในช่วงฤดูนาปรัง สร้างรายได้เสริม
ผลการดำเนินงานปี 2567–2568
2
ชุมชนที่ได้รับความช่วยเหลือ
241
ครัวเรือน รวม 1,146 คน
106,000
ลบ.ม. น้ำสำรองเพิ่มขึ้น
โครงการที่ 5
โครงการจัดการน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค

ธนาคารตระหนักดีว่า "น้ำ" เป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต และยังมีประชาชนในหลายพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำสะอาดสำหรับการอุปโภคบริโภค ทั้งนี้เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี

โครงการจัดหาน้ำอุปโภคบริโภคเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิต
ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับกองทัพอากาศ ส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภคแก่โรงเรียนและชุมชนในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ 'จัดหาน้ำอุปโภคบริโภคเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิต' ซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 โดยได้ติดตั้งถังบรรจุน้ำดื่มขนาด 2,000 ลิตร จำนวน 2 ถัง พร้อมระบบกรองน้ำและระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงสิ่งปลูกสร้างประกอบ และสนับสนุนระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับประปาชุมชน
ติดตั้งถังบรรจุน้ำ
ติดตั้งเครื่องกรองน้ำ
พัฒนาสิ่งปลูกสร้างที่จำเป็น
ระบบกรองน้ำดื่มพลังงานแสงอาทิตย์
ผลการดำเนินงานปี 2568
6
โรงเรียน ใน 6 จังหวัด
2,137
ครัวเรือน รวม 1,146 คน
8,742
คน


โครงการจัดหาน้ำอุปโภคอย่างยั่งยืน
ธนาคารได้ริเริ่มโครงการ 'จัดหาน้ำอุปโภคอย่างยั่งยืน' ตั้งแต่ในปี 2567 โดยมอบถังกักเก็บน้ำขนาด 10,000 ลิตร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง เพื่อรองรับการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง “พร้อมส่งเสริมให้ชุมชนจัดตั้งคณะกรรมการดูแลภายหลังจากการส่งมอบ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำและการดำเนินโครงการเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน”
ผลการดำเนินงานปี 2568
6
พื้นที่ ใน 3 จังหวัด
1,788
ครัวเรือน รวม 1,146 คน
7,336
คน

ทั้ง 2 โครงการได้ส่งเสริมให้ชุมชนจัดตั้งคณะกรรมการดูแลภายหลังจากการส่งมอบ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำและการดำเนินโครงการเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ด้านสิ่งแวดล้อม
ธนาคารให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมในการดูแลสภาพแวดล้อม โดยส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ ปลูกจิตสำนึกให้พนักงานของธนาคาร รวมถึงคนไทยได้ตระหนักและเห็นความสำคัญในการปกป้อง อนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี ผ่าน 3 โครงการหลัก
คาร์บอนเครดิต
โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ สนับสนุนชุมชนขึ้นทะเบียน T-VER ให้ชาวบ้านขายคาร์บอนเครดิตเป็นรายได้ที่มั่นคงในพื้นที่ป่าชุมชน จ.เชียงราย เชียงใหม่ อำนาจเจริญ ยโสธร รวม 4,190+ ไร่ จากการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2563–2567 ทำให้ในปี 2568 ธนาคารได้รับใบรับรองคาร์บอนเครดิต จำนวน 2,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์

2,000
ตัน CO₂ ใบรับรองคาร์บอนเครดิต
 ปี 2568
4,190+
ไร่ พื้นที่ป่าชุมชน
พื้นที่สีเขียว
โครงการ Our Khung BangKachao

ร่วมเป็นองค์กรภาคีนำโดยมูลนิธิชัยพัฒนา รับผิดชอบ 3 มิติ: พัฒนาพื้นที่สีเขียว · จัดการขยะ · พัฒนาเยาวชน ณ คุ้งบางกะเจ้า จ.สมุทรปราการ

ปี 2568
ปลูกต้นไม้ท้องถิ่น 500 ต้น และทำปุ๋ยหมักจากใบไม้แห้ง
นำร่องแยกขยะเปียก 85 ครัวเรือน 340 คน นำไปทำปุ๋ยที่วัดจากแดง
อบรม Financial Literacy ครู 10 โรงเรียน 40 คน ผ่านกิจกรรม "บางกะเจ้า The Hero" เพื่อนำไปถ่ายทอดให้แก่นักเรียนต่อไป
ปลูกต้นไม้
โครงการ "1 ต้นเพื่อโลก 1 ต้นเพื่อเรา"

รณรงค์เชิญชวน ปลูกจิตสำนึกให้พนักงานและประชาชนทั่วไปตระหนักถึงความสำคัญของการปลูกต้นไม้เพื่อเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี แบ่งการปลูกเป็น 2 ส่วน คือ ปลูกในพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ของตนเอง รวมถึงการเข้าร่วมโครงการปลูกต้นไม้หนึ่งล้านต้น ตามนโยบายเพิ่มพื้นที่สีเขียวของกรุงเทพมหานคร โดยธนาคารมีเป้าหมายปลูกต้นไม้ให้ครบ 100,000 ต้น ภายในปี 2569

100,079
ต้น ปลูกแล้วนับตั้งแต่เริ่มโครงการกลางปี 2565 ถึง 2568
เกินเป้าหมาย 100,000 ต้น
ก่อนกำหนด (ภายในปี 2569)
ด้านการทำนุบำรุงศาสนาและวัฒนธรรม
ธนาคารส่งเสริม ทำนุบำรุงศาสนา ให้เป็นศูนย์ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชน และเป็นแหล่งกำเนิดจริยธรรม ให้คนในสังคมประพฤติปฏิบัติในแนวทางที่ถูกต้องเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
โครงการบูรณะซ่อมแซมวัดและทำนุบำรุงศาสนา

ในปี 2568 ธนาคารดำเนินการบูรณะซ่อมแซมวัดและทำนุบำรุงศาสนา โดยสนับสนุนงบประมาณปรับปรุงศาลาอเนกประสงค์ วัดทดราษฎร์เจริญมณีฤทธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อให้โรงเรียนวัดทด (เชิดอุดม รัตนราษฎร์บำรุง) และชาวบ้านในชุมชนใช้ประกอบกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ และสนับสนุนงบประมาณในการยกอาคารเรียน ปรับปรุงอาคารเรียน และก่อสร้างโดมอเนกประสงค์ วัดสุวรรณาราม (ดอนทอง) จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม

พิธีถวายผ้ากฐิน

ธนาคารร่วมกับกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ จัดพิธีถวายผ้ากฐิน ประจำปี 2568 ณ วัดดอนบุบผาราม ต.บ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี วัดเก่าแก่สันนิษฐานว่าสร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา (ในชื่อเดิมว่าวัดตะค่า) เพื่อสืบทอดทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและสืบสานประเพณีสำคัญของพุทธศาสนิกชน โดยรวมจิตศรัทธายอดปัจจัยจากผู้บริหาร พนักงาน ลูกค้า และประชาชน เพื่อนำไปบูรณะกุฏิสงฆ์ ในโอกาสนี้ยังได้มอบถุงน้ำใจให้ผู้สูงอายุ 30 คน และมอบทุนการศึกษา กองทุนอาหารกลางวัน อุปกรณ์การเรียน และมุมหนังสือให้กับโรงเรียนวัดดอนบุบผาราม

4.02 ล้านบาท
ยอดรวมจิตศรัทธาจากผู้บริหาร พนักงาน ลูกค้า
เพื่อนำไปบูรณะกุฏิสงฆ์