ชาว First Jobber คนไหนที่เพิ่งเริ่มทำงาน มีรายได้เป็นของตัวเองแล้วอยากให้ "เงินทำงาน" แต่ติดตรงที่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ไม่มีความรู้พื้นฐาน วันนี้เราสรุปเทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยให้เริ่มลงทุนได้ เพื่อสร้างโอกาสให้พอร์ตโตในอนาคต
คุณพร้อมลงทุนแล้วหรือยัง? มา Check list กันหน่อย
ก่อนจะเริ่มสตาร์ท มาสำรวจความพร้อมของตัวเองกันสักนิด เพื่อให้การลงทุนครั้งนี้มั่นคงและตอบโจทย์ชีวิตที่สุด
1. ตั้งเป้าหมายให้ชัด "จะเก็บเงินไปทำไม?" ไม่ใช่แค่บอกว่าอยากรวย แต่ต้องระบุให้ชัดเจน เช่น ซื้อบ้าน, ซื้อรถ, ไว้เที่ยวรอบโลก หรือวางแผนเกษียณ พร้อมกับระบุตัวเงินให้ชัดว่าอยากเก็บเท่าไหร่ เช่น 1 แสน 1 ล้าน เป็นต้น
- ทำไมข้อนี้สำคัญ: เพราะเป้าหมายจะเป็นตัวกำหนดระยะเวลาการลงทุน เช่น ถ้าจะใช้เงินอีก 1-2 ปีข้างหน้า และเป็นเป้าหมายสำคัญ ควรเลือกสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ แต่ถ้าเก็บยาวๆ เพื่อเกษียณ จำนวนเงินสำหรับเป้าหมายค่อนข้างสูง และสามารถรับความเสี่ยงได้มากขึ้น ในช่วงต้นของการลงทุน เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น แล้วค่อยลดระดับความเสี่ยงลง เมื่อใกล้ระยะเวลาเกษียณ
2. รู้จักตัวเอง "ประเมินความเสี่ยงก่อนเริ่ม" ทำแบบประเมินความเสี่ยงเพื่อกำหนดแนวทางและดูว่าเรารับความเสี่ยงและความผันผวนได้แค่ไหน
- ทำไมข้อนี้สำคัญ: การลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ ถ้ารับความเสี่ยงได้น้อยแต่ไปลงกองทุนที่เสี่ยงสูง เวลาตลาดตกอาจทำให้นอนไม่หลับและตัดสินใจผิดพลาดได้ การรู้ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) จึงเป็นเกราะป้องกันใจที่ดีที่สุด ทำให้สามารถเลือกลงทุนได้ตรงกับความเสี่ยงที่ตนเองรับได้
3. ทางเลือกลัดมือใหม่ "กองทุนดัชนี (Index Fund)" ถ้าไม่มีเวลาเฝ้าตลาด แต่อยากได้โอกาสที่มีผลตอบแทนที่ดี ลองมองหา กองทุนดัชนี
- ทำไมข้อนี้สำคัญ: เพราะเป็นการลงทุนที่ไม่ซับซ้อน ค่าธรรมเนียมไม่สูงมากนัก และเหมาะกับการลงทุนระยะยาว
บริหารเงินเดือนฉบับ First Jobber แบ่งเงินมาลงทุนอย่างไรดี?
ถ้าได้เงินเดือนมาแล้วงงว่าจะแบ่งยังไง ลองใช้สูตรบริหารเงิน โดยการแบ่งเป็น 3 ก้อนดูนะ ลองมาดูไอเดียตัวอย่างการแบ่งเงินกัน
- 50% > จ่ายที่จำเป็น: ค่าบ้าน, ค่าเดินทาง, ค่ากินอยู่
- 30% > ให้รางวัลชีวิต: ชอปปิง, กาแฟ, ปาร์ตี้สังสรรค์
- 20% > เงินลงทุน: เงินก้อนนี้แหละ ที่เราจะเอาไปต่อยอด!
Tips: "เก็บก่อน...ค่อยใช้" ทริคสำคัญคือ ตั้งโอนเงิน 20% นี้ไปลงทุนทันทีที่เงินเดือนออก! จะช่วยสร้างวินัยทางการเงินได้
ลงทุนแบบ DCA ไม่ต้องเฝ้าจอ ก็มีโอกาสพอร์ตโตได้
เทคนิคที่เวิร์คสุดๆ สำหรับ First Jobber คือ DCA (Dollar-Cost Averaging) หรือการ "ทยอยลงทุน" เป็นประจำทุกงวด (เช่น เดือนละ 2,000 บาท) โดยไม่ต้องสนว่าช่วงนั้นตลาดหุ้นจะขึ้นหรือลง
ทำไม DCA ถึงดีต่อใจนักลงทุนมือใหม่?
- ลดกังวล: ไม่ต้องเครียดว่า "ซื้อแพงไปไหม" หรือ "รอก่อนดีกว่า" จนสุดท้ายไม่ได้เริ่มสักที
- สร้างนิสัย: เปลี่ยนเรื่องลงทุนให้เป็นวินัย เหมือนการออมเงินอัตโนมัติ
- ได้ต้นทุนถัวเฉลี่ย: เราจะได้ "ราคาเฉลี่ย" จากราคาในทุกช่วงเวลาที่ทยอยลงทุนไว้ เหมาะมากสำหรับคนไม่มีเวลาเฝ้าหน้าจอเพื่อลงทุน และต้องการลงทุนยาวๆ อยู่แล้ว
เลือกกองไหนดี? สำหรับมือใหม่ที่รับความเสี่ยงสูงได้ และต้องการลงทุนในกองทุนต่างประเทศ
SCBS&P500 / SCBS&P500A (ความเสี่ยง 6)
- ลงทุนอะไร: เน้นลงทุนในบริษัทชั้นนำ 500 บริษัทที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี S&P 500 ในสหรัฐฯ ผ่าน ETF
- เป้าหมาย: สร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี S&P 500
SCBCHA / SCBCHAA (ความเสี่ยง 6)
- ลงทุนอะไร: เน้นลงทุนในหุ้นจีนที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี CSI 300 ที่จดทะเบียนในตลาดเซี่ยงไฮ้ และเซินเจิ้น ผ่าน ETF
- เป้าหมาย: สร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี CSI300
พร้อมแล้ว เริ่มเลย! ลงทุนง่ายๆ ผ่านแอป SCB EASY
ข้อควรรู้และคำเตือนการลงทุน
- ข้อมูลมุมมองการลงทุนโดย SCB CIO/ข้อมูลผลิตภัณฑ์ โดย Investment Product Selection ณ วันที่ 28 ต.ค. 68 ทั้งนี้ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละขณะเวลา ผู้ใช้ข้อมูลควรใช้ความระมัดระวังในการตัดสินใจลงทุน
- ข้อมูลจากวิดีโอที่ลงสื่อผ่านช่องทางออนไลน์ของธนาคารไทยพาณิชย์เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2568
- การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง รวมถึงควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนตัดสินใจลงทุน
- การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน ผู้ลงทุนอาจได้รับเงินลงทุนคืนน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกก็ได้
- กองทุนมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
- ศึกษาข้อมูลกองทุนหลักและหนังสือชี้ชวนกองทุนเพิ่มเติมได้จาก website บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม www.scbam.com และแอป SCB EASY หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SCB Call Center โทร. 02-777-7777