• Lombard loan ทำงานอย่างไร
  • คุณสมบัติผู้กู้
  • รายละเอียดวงเงินสินเชื่อ
  • ตัวอย่างการการใช้สินทรัพย์ที่ถือครองมาทำสินเชื่อ
  • คำถามที่พบบ่อย

Lombard Loan คือสินเชื่อ เพื่อการลงทุนที่ออกแบบมาสำหรับลูกค้ากลุ่ม Wealth ที่ต้องการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน โดยไม่ต้องขายสินทรัพย์ที่ถืออยู่

Lombard Loan ทำงานอย่างไร

นำสินทรัพย์ทางการเงินของคุณ เช่น หุ้น หุ้นกู้ มาวางเป็นหลักประกันกับธนาคาร และรับวงเงินสินเชื่อเพื่อนำไปลงทุน
ต่อยอดในผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ ทั้งในประเทศ (Onshore) และต่างประเทศ (Offshore) กับธนาคารไทยพาณิชย์, บริษัทหลักทรัพย์ InnovestX จำกัด, บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด และ บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์จูเลียส แบร์ จำกัด ตามระดับความเสี่ยงที่เหมาะกับคุณ

จุดเด่น

  • แปลงสินทรัพย์ที่ถือครองให้เป็นสภาพคล่องได้อย่างทันท่วงที
  • ไม่ต้องขายสินทรัพย์ที่มีศักยภาพเติบโต
  • ยืดหยุ่นในการกระจายการลงทุน
  • เหมาะกับนักลงทุนที่มีเป้าหมายการเติบโตของความมั่งคั่งในระยะยาว

คุณสมบัติผู้กู้

1. บุคคลธรรมดา สัญชาติไทยเท่านั้น: อายุระหว่าง 20-70 ปี

2. เป็นลูกค้า SCB มี AUM* กับธนาคารไทยพาณิชย์, บริษัทหลักทรัพย์ InnovestX จำกัด, บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด และ บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์จูเลียส แบร์ จำกัด ตั้งแต่ 30 ล้านบาทขึ้นไป

*AUM = Asset Under Management สินทรัพย์ภายใต้การจัดการของกลุ่ม SCB เช่น เงินฝาก กองทุน หุ้น หุ้นกู้ เป็นต้น

รายละเอียดวงเงินสินเชื่อ

รายการรายละเอียด
ประเภทสินเชื่อสินเชื่อหมุนเวียน (Revolving Facility)
วงเงินกู้สูงสุด200 ล้านบาท
อัตราดอกเบี้ยอัตราดอกเบี้ยคงที่ หรืออัตราดอกเบี้ยลอยตัว
(อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง MRR อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศธนาคาร)
การผ่อนชำระ• ชำระเงินต้นทั้งจำนวนเมื่อครบกำหนดหรือที่ระบุในสัญญา
• ผ่อนชำระดอกเบี้ยทุกเดือน ตามเงื่อนไขที่ลูกค้าและธนาคารได้ตกลงกันที่ระบุไว้ในสัญญา
• ลูกค้าสามารถชำระหนี้ก่อนกำหนดทั้งจำนวนหรือบางส่วน

สินทรัพย์ทางการเงินที่ธนาคารใช้เป็นหลักประกัน

  • หุ้นกู้
  • หุ้นใน SET Index
  • Property Fund, REITs, และ Infrastructure Fund
  • DR – Depositary Receipt ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ
  • กองทุน

หมายเหตุ: ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและหลักเกณฑ์ของธนาคารในช่วงเวลานั้นๆ

ค่าใช้จ่ายสำหรับสินเชื่อ Lombard Loan


รายการค่าใช้จ่ายรายละเอียด
อากรแสตมป์0.05% ของวงเงินกู้ (สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท)
และสำหรับสัญญาคู่ฉบับ อากรแสตมป์ 5 บาท
ชำระ ณ วันที่ลงนามสัญญาเงินกู้
ค่าจดจำนำ (หุ้นกู้, หุ้น)สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อรายการ

ตัวอย่างการใช้สินทรัพย์ที่ถือครองมาทำสินเชื่อ Lombard Loan

  *หมายเหตุ  อัตราดอกเบี้ยเป็นเพียงตัวอย่างในการคำนวณเท่านั้น

ความเสี่ยงที่ควรทราบ


  • ธนาคารทำการคำนวณมูลค่าสินทรัพย์ที่เป็นหลักประกันโดยให้สะท้อนราคาตลาด (Mark to Market) ทุกวันทำการ สำหรับหลักประกันประเภท หุ้น หุ้นกู้ กองทุน หากมูลค่าหลักประกันลดลงมากกว่าที่กำหนดไว้ ทางลูกค้าจะต้องชำระคืนหนี้บางส่วน หรือนำหลักประกันมาวางเพิ่มภายในระยะเวลาที่ธนาคารกำหนด เพื่อดำรงมูลค่าหลักประกันให้เป็นไปตามเกณฑ์ธนาคาร และหากลูกค้าไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขภายในระยะเวลาที่กำหนดได้ ธนาคารมีสิทธิ์ขายหลักประกันได้


ข้อควรระวัง


  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน และเหมาะสมกับ risk profile ของลูกค้า เพราะมีโอกาสที่จะขาดทุนได้ เช่น จากความผันผวนของตลาด ซึ่งจะทำให้ลูกค้ามีผลขาดทุนเพิ่มขึ้นหากเป็นการลงทุนผ่านเงินกู้เนื่องจากลูกค้าต้องชำระดอกเบี้ย และเงินต้นแก่ธนาคารตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาเงินกู้
  • กรณีเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว MRR อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของธนาคาร


คำถามที่พบบ่อย


  1. คำถาม : ลูกค้านำหลักทรัพย์เช่น หุ้น หรือหุ้นกู้ ไปจำนำ Custodian ของธนาคาร เพื่อทำสินเชื่อ Lombard จะได้รับเงินปันผล และสิทธิประโยชน์จากหลักทรัพย์ที่จำนำหรือไม่
    คำตอบ : ลูกค้าจะยังได้รับเงินปันผลและใช้สิทธิอื่น ๆ ได้ตามปกติ เช่น การใช้สิทธิ์ซื้อหุ้นเพิ่มทุน, การเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น โดยที่การจำนำ Custodian ของธนาคารจะเป็นผู้เก็บรักษาหลักทรัพย์ ซึ่งหลักประกันดังกล่าวจะไม่แสดงใน Statement ของลูกค้า
  2. คำถาม : ลูกค้าสามารถขายหลักทรัพย์ที่นำมาจำนำเป็นหลักประกันสินเชื่อ Lombard ได้หรือไม่
    คำตอบ : ไม่ได้ เนื่องจากเป็นการจำนำหลักทรัพย์ หากลูกค้าต้องการที่จะขายหลักประกันดังกล่าว ลูกค้าจะต้องทำการปลดจำนำก่อน ดังนั้นจึงแนะนำให้ลูกค้าใช้หลักทรัพย์ที่ลูกค้าวางแผนที่จะถือครองระยะยาว หากลูกค้าประสงค์ที่จะขาย ลูกค้าสามารถนำหลักประกันอื่นที่มีมูลค่า LTV เท่าเดิมหรือสูงกว่ามาทดแทนหรือชำระหนี้คืนก่อน จึงจะสามารถปลดจำนำและไถ่ถอนหลักประกันดังกล่าวได้ แล้วถึงจะขายได้
  3. คำถาม : ธนาคารมีตรวจสอบการดำรงมูลค่าหลักประกันอย่างไร
    คำตอบ : ธนาคารทำการคำนวณมูลค่าสินทรัพย์ที่เป็นหลักประกันโดยให้สะท้อนราคาตลาด (Mark to Market) ทุกวันทำการ สำหรับหลักประกันประเภท หุ้น หุ้นกู้ กองทุน หากมูลค่าหลักประกันลดลงมากกว่าที่กำหนดไว้ ทางลูกค้าจะต้องชำระคืนหนี้บางส่วน หรือนำหลักประกันมาวางเพิ่มภายในระยะเวลาที่ธนาคารกำหนด เพื่อดำรงมูลค่าหลักประกันให้เป็นไปตามเกณฑ์ธนาคาร และหากลูกค้าไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขภายในระยะเวลาที่กำหนดได้ ธนาคารมีสิทธิ์ขายหลักประกันได้
  4. คำถาม : ลูกค้าสามารถนำเงินลงทุนไปใช้ส่วนตัวได้หรือไม่
    คำตอบ : ไม่ได้ ยกเว้นกรณี ดังนี้
    (1) ดอกผลจากการลงทุน ได้แก่ดอกเบี้ยรับ และเงินปันผล
    (2) กำไรจากการลงทุน (Gain on Sale) โดยจะถอนได้เฉพาะส่วนเกินระหว่างยอดสินเชื่อที่ใช้ไป+ดอกเบี้ยจ่ายงวดถัดไป-มูลค่าตลาดของสินทรัพย์ที่ลูกค้าลงทุนผ่านเงินกู้
  5. คำถาม : กรณีชำระคืนหนี้ก่อนกำหนด มีค่าใช้จ่ายหรือไม่
    คำตอบ : ไม่มีค่าปรับ