นโยบายการลงทุน


เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ เช่น หน่วย CIS หรือหน่วยของกองทุนอีทีเอฟ (ETF) ที่ลงทุนในตราสารภาครัฐ ตราสารหนี้ภาคเอกชน ตราสารตลาดเงิน เงินฝาก หรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากที่เสนอขายในต่างประเทศ เป็นต้น โดยกองทุนสามารถปรับสัดส่วนการลงทุนได้ตั้งแต่ร้อยละ 0 ถึงร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนและความเหมาะสมของสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ทั้งนี้ บริษัทจัดการมอบหมายให้ BlackRock (Singapore) Limited เป็นผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนของกองทุน (Outsourced fund manager) 

กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการได้ไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 

กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) หรือป้องกันความเสี่ยง (Hedging) โดยมี underlying เป็นตราสารหนี้ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน ดัชนีเงินเฟ้อ credit rating หรือ credit event และอาจป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนใน ETF ที่มีกลยุทธ์ leveraged หรือ inverse management หรือกองทุนต่างประเทศที่มีลักษณะใกล้เคียงกันซึ่งมุ่งลงทุนใน derivatives ที่อ้างอิงตราสารหนี้ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารพอร์ตการลงทุนของกองทุนรวม (portfolio management)


ลงทุน SCBGOFIX คลิก


ประเภทกองทุนกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ
ประเภทกองทุนย่อยเน้นลงทุนตราสารหนี้
จำนวนเงินลงทุนโครงการ10,000 ล้าน
วันที่จดทะเบียนกองทุนวันที่ 23 มิ.ย. 2569
วันที่ครบอายุกองทุนN/A

ระดับความเสี่ยง

ปานกลางค่อนข้างสูง

4

รายละเอียดการสั่งซื้อขายหน่วยลงทุน


การสั่งซื้อหน่วยลงทุน

วันที่เริ่มต้น IPO:16 มิถุนายน 2569
วันที่สิ้นสุด IPO:22 มิถุนายน 2569
มูลค่าสั่งซื้อขั้นต่ำครั้งแรก:1,000 บาท
มูลค่าสั่งซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป:1,000 บาท

การสั่งขายหน่วยลงทุน

มูลค่าการขายคืนขั้นต่ำ:1,000 บาท
การชำระเงินค่าขายคืน:ภายใน 5 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV (ปัจจุบัน 5 วันทำการซื้อขายหน่วยลงทุนนับจากวันทำรายการขายคืน (T+5))

ช่วงเวลาการสั่งซื้อ-ขายหน่วยลงทุน


การสั่งขายหน่วยลงทุน

ช่องทาง: EasyFundเวลารับคำสั่ง: ทุกช่องทางรับรายการได้ถึง 15:30 น.
* หลัง 15.30 น. ถือเป็นรายการวันทำการถัดไป
ช่องทาง: ธ.ไทยพาณิชย์เวลารับคำสั่ง: 08.30 -15.30 น.
ช่องทาง: Fund Clickเวลารับคำสั่ง: 00.01 - 15.30 น.
ช่องทาง: บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัดเวลารับคำสั่ง: 08.30 -15.30 น.

ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยลงทุน (ร้อยละของ NAV ต่อครั้ง รวม VAT)


ข้อมูลค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการขายไม่เกินร้อยละ 3.21 (ยกเว้นไม่เรียกเก็บ)
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนไม่เกินร้อยละ 3.21 (ยกเว้นไม่เรียกเก็บ)
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้าไม่เกินร้อยละ 3.21 (ยกเว้นไม่เรียกเก็บ)
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออกไม่เกินร้อยละ 3.21 (ยกเว้นไม่เรียกเก็บ)
ค่าธรรมเนียมการโอน10 บาท ต่อ 1,000 หน่วยลงทุน

ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุน (ร้อยละของ NAV ต่อปี รวม VAT)


ข้อมูลค่าธรรมเนียม

การบริหารจัดการไม่เกินร้อยละ 2.14 (เก็บจริงร้อยละ 0.835)
ผู้ดูแลผลประโยชน์ไม่เกินร้อยละ 0.11 (เก็บจริงร้อยละ 0.0325)
นายทะเบียนไม่เกินร้อยละ 0.11 (เก็บจริงเป็นไปตามอัตราที่ประกาศ)
ค่าใช้จ่ายอื่นตามจริง

คำเตือนคำแนะนำการลงทุน 


  1. การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง รวมถึงควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนตัดสินใจลงทุน 
  2. โปรดศึกษาข้อมูลกองทุนรวมโดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการลงทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุนที่เปิดเผยไว้ในแหล่งต่าง ๆ หรือขอข้อมูลจากบุคคลที่ขายหน่วยลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน
  3. กองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศและไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
  4. กองทุนบางกองทุนมิได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายการลงทุนที่แตกต่างกันทั้งด้าน สินทรัพย์ / ภูมิภาค / ประเทศ / กลุ่มธุรกิจ ราคาของหลักทรัพย์จึงมีความผันผวนตามปัจจัยที่กระทบ กองทุนที่ลงทุนในภูมิภาค / ประเทศ / กลุ่มธุรกิจเดียว จะมีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนที่มีการกระจายการลงทุนมากกว่า
  5. ศึกษาข้อมูลกองทุนหลักและหนังสือชี้ชวนกองทุนที่ร่วมรายการเพิ่มเติมได้จาก website ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม www.scbam.com และสามารถศึกษารายละเอียดกองทุนรวมเพิ่มเติมผ่านแอป SCB EASY
  6. แม้ว่าข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารนี้เป็นข้อมูลที่ได้มาจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ก็ตาม แต่ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวอาจจะไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน หรือไม่สมบูรณ์ หรืออาจมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว และเอกสารนี้ไม่อาจใช้เป็นหลักฐานอ้างอิง หรือใช้เป็นเอกสารประกอบการทำธุรกรรมใด ๆ ได้ ทั้งนี้ หากมีข้อมูลใดในเอกสารไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งให้ผู้จัดการธุรกิจสัมพันธ์ของธนาคารทราบ เพื่อพิจารณาปรับปรุงข้อมูลดังกล่าวตามที่เห็นสมควรต่อไป
  7. การลงทุนมิใช่การฝากเงินไว้กับธนาคารพาณิชย์ จึงไม่ได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากหรือองค์กรอื่นใดของรัฐบาล ทั้งนี้ ธนาคาร และ /หรือ บริษัทในเครือของธนาคารไม่มีภาระผูกพันและไม่รับประกันในการลงทุนใด ๆ แม้ว่าธนาคาร และ/หรือ บริษัทในเครือของธนาคารจะเป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์การลงทุนนั้นก็ตาม ทั้งนี้ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจได้รับเงินลงทุนคืนน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกก็ได้
  8. การคำนวณผลตอบแทนการลงทุนใด ๆ ที่ปรากฏในเอกสารนี้ ถูกจัดทำขึ้นโดยอาศัยข้อมูลที่ธนาคารเก็บรวบรวมและมีอยู่ในระบบของธนาคารเท่านั้น อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับข้อสมมติฐานหลายประการ นอกจากนี้ สูตรที่ใช้ในการคำนวณดังกล่าว เป็นสูตรที่ธนาคาร และ/หรือ บริษัทในเครือของธนาคารกำหนดขึ้นเพื่อความเหมาะสมในการแสดงอัตราผลตอบแทนการลงทุนของธนาคาร และ/หรือ บริษัทในเครือของธนาคาร ดังนั้น วิธีการคำนวณที่ใช้ในเอกสารนี้ จึงอาจเป็นวิธีที่แตกต่างจากวิธีที่ใช้คำนวณผลตอบแทนการลงทุนของสถาบันอื่น ซึ่งทำให้ลูกค้าไม่สามารถนำผลการคำนวณดังกล่าวมาเปรียบเทียบกันได้ ดังนั้นลูกค้าแต่ละรายจะต้องวิเคราะห์และเปรียบเทียบผลตอบแทนการลงทุนของลูกค้าที่ได้จากสถาบันต่าง ๆ ด้วยตนเอง
  9. ธนาคารอาจจะมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ธนาคารเสนอแนะต่อท่านตามเอกสารนี้ (เช่น ธนาคารจะได้รับค่าตอบแทน สำหรับการทำหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์การลงทุนดังกล่าว และ/หรือบริษัทจัดการที่เป็นบริษัทในเครือของธนาคารทำหน้าที่บริหารจัดการกองทุนที่ออกผลิตภัณฑ์การลงทุนและได้รับค่าธรรมเนียมสำหรับการบริหารจัดการกองทุนที่ออกผลิตภัณฑ์การลงทุนดังกล่าว หรือกรณีอื่นใดที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เป็นต้น) ดังนั้นท่านควรใช้เอกสารนี้เป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่งเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างระมัดระวัง แต่อย่างไรก็ตาม ธนาคารได้ให้ความสำคัญในการขจัดความขัดแย้งทางผลประโยชน์โดยกำหนดมาตรการในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ซึ่งรวมถึงการแบ่งแยกหน่วยงานต่าง ๆ ให้มีความเหมาะสม โดยธนาคารแยก หน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นผู้เสนอแนะผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ธนาคารไม่มีส่วนได้เสียโดยตรง (เช่น ผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ธนาคารทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนเพียงประการเดียว หรือกรณีอื่นใดที่ธนาคารไม่มีส่วนได้เสียโดยตรง เป็นต้น) ซึ่งในขณะนี้คือ หน่วยงาน Chief Investment Office แต่ต่อไปอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามที่ธนาคารเห็นสมควร ออกจากหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นผู้เสนอแนะผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ธนาคารมีส่วนได้เสียโดยตรง (เช่น ผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ธนาคารทำหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์การลงทุนดังกล่าว หรือผลิตภัณฑ์การลงทุนของกองทุนที่บริหารจัดการโดยบริษัทจัดการที่เป็นบริษัทในเครือของธนาคาร หรือกรณีอื่นใดที่ธนาคารมีส่วนได้เสียโดยตรง) ซึ่งในขณะนี้ คือ หน่วยงาน Segment Owner แต่ต่อไปอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามที่ธนาคารเห็นสมควร