“ฉั่วฮะเส็ง” จากพริกเผาเยาวราชสู่ครัวโลก 

ในโลกที่วัฒนธรรมการกินเป็นสะพานเชื่อมผู้คนทั่วโลก เครื่องปรุงรสไทย โดยเฉพาะ น้ำพริกเผา ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความซับซ้อนทางรสชาติที่ผสมผสาน “เผ็ด มัน หอม เค็ม หวาน” ได้อย่างลงตัว วัตถุดิบอย่างพริกแห้ง หอม กระเทียม และสูตรลับอื่นๆ เมื่อผ่านกรรมวิธีแบบไทยแท้ กลับกลายเป็น “รสชาติแห่งความทรงจำ” ที่ไม่ว่าอยู่มุมใดของโลกก็ยังคงคิดถึง

และในจุดนี้เองที่ชื่อของ “ฉั่วฮะเส็ง” ปรากฏอยู่คู่กับครัวไทยมายาวนานกว่า 75 ปี จากต้นกำเนิดในย่านเยาวราช สู่แบรนด์ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของ น้ำพริกเผาในกระป๋องฉลากสีฟ้า ที่หลายครอบครัวรู้จักดี ด้วยคุณภาพที่มั่นคง และรสชาติที่สม่ำเสมอจนเป็น “สูตรสำเร็จของความอร่อย” ในใจผู้บริโภคทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่

วัตถุดิบไทย หัวใจของรสชาติที่โลกจดจำ

ความสำเร็จของฉั่วฮะเส็งไม่ได้เกิดจากการตลาดที่ดุเดือด แต่เกิดจาก ความไว้วางใจที่สั่งสมปากต่อปาก มายาวนานในแวดวงอาหาร ตั้งแต่ร้านเก่าแก่ในเยาวราช ไปจนถึงเชฟมืออาชีพในร้านอาหารชั้นนำ ที่ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า “ถ้าอยากได้รสชาติที่คงที่ น้ำพริกเผาฉั่วฮะเส็งคือตัวจริง”     

ความนิยมดังกล่าวได้ผลักดันให้แบรนด์ก้าวสู่ยุคใหม่ ด้วยการพัฒนาไลน์ผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคปัจจุบันมากขึ้น เช่น บรรจุภัณฑ์แบบฝาบีบ, กระปุกขวดขนาดพกพา และรูปแบบถ้วย dip ที่ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการบริโภค หรือแม้แต่ซอสพริกเผาพร้อมใช้สำหรับเมนูฟิวชันในครัวสมัยใหม่ เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสรสชาติแบบเดียวกับเชฟมืออาชีพ แต่สะดวกและปลอดภัยมากกว่า

“ธุรกิจดี ต้องมีคุณค่า” ฉั่วฮะเส็งกับแนวคิด ESG ที่จับต้องได้

ความยั่งยืนของแบรนด์ไทยเก่าแก่ไม่ได้วัดจากอายุของบริษัท แต่จาก “แนวคิดที่เดินหน้าไปพร้อมโลก” บริษัทจึงพัฒนาองค์กรโดยยึดหลัก ESG (Environment, Social, Governance) อย่างเป็นรูปธรรม

  • Environment (สิ่งแวดล้อม): บริษัทนำพลังงานสะอาดมาใช้ในกระบวนการผลิต ลดการปล่อยของเสียและใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้
  • Social (สังคม): ฉั่วฮะเส็งให้ความสำคัญกับ “คนไทยทุกขั้นตอน” ตั้งแต่วัตถุดิบที่มาจากเกษตรกรไทย 100% เช่น พริก หอม กระเทียม จนถึงแรงงานในโรงงานที่เป็นแรงงานไทยทั้งหมด พร้อมทั้งส่งเสริมกิจกรรมพัฒนาชุมชนโดยรอบ
  • Governance (ธรรมาภิบาล): บริษัทดำเนินงานภายใต้มาตรฐาน GHPs, HACCP และ Thai Select เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารทุกชิ้นที่ออกจากโรงงาน

นี่คือสิ่งที่ทำให้ความอร่อยของฉั่วฮะเส็ง ไม่ได้มีเพียงรสชาติ แต่ยังมี “คุณค่าทางใจ” ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน


Lean Process : สูตรใหม่ของประสิทธิภาพและนวัตกรรม

ในยุคที่ทรัพยากรมีจำกัด การบริหารธุรกิจให้มีประสิทธิภาพคือหัวใจสำคัญ ผู้บริหารได้นำแนวคิด Lean Process มาใช้ในการดำเนินงานภายใน เพื่อลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนโดยไม่กระทบคุณภาพ แนวทางนี้ไม่ใช่ “การลดคน” แต่คือ “การลดความสูญเปล่า” เพื่อให้ทุกทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นคน เวลา และวัตถุดิบ ถูกนำมาบริหารเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะเดียวกันยังส่งเสริมให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการปรับปรุงกระบวนการผลิตและคุณภาพสินค้าอยู่เสมอ ผลลัพธ์คือโรงงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ใช้พลังงานน้อยลง และสามารถตอบสนองตลาดได้เร็วขึ้น โดยไม่ละทิ้งมาตรฐานหรือเอกลักษณ์ความอร่อยที่เป็นหัวใจของแบรนด์

สืบต่อแนวคิด เติบโตด้วยวิสัยทัศน์

กว่าเจ็ดทศวรรษที่ผ่านมา ฉั่วฮะเส็งพิสูจน์ให้เห็นว่าความสำเร็จที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ “การสืบทอดกิจการ” เท่านั้น แต่อยู่ที่ “การสืบต่อแนวคิด” จากรุ่นสู่รุ่น ผู้บริหารรุ่นใหม่ของบริษัทไม่ได้เพียงรักษาสูตรพริกเผา แต่ยังช่วยกันวางแผนอย่างเป็นระบบ ทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าผ่านทุกวิกฤต รวมถึงความท้าทายในเรื่องการแข่งขันในตลาดเครื่องปรุงรสสูง ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์เศรษฐกิจหรือการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค ทำให้บริษัทเน้นวางแผนธรุกิจปรับตัวอย่างรวดเร็วและมีความยืดหยุ่นเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้บริโภค 

ผลจากการปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่องทำให้เกิดช่องทางเติบโตใหม่ ๆ เช่น

  • การแตกไลน์สินค้า ไปสู่กลุ่ม ซอส น้ำจิ้ม น้ำมันปรุงรส น้ำมะขามเปียกเข้มข้น เป็นต้น
  • การจับมือกับแบรนด์ร้านอาหารและเบเกอรีชื่อดัง เพื่อพัฒนาสูตรเฉพาะร่วมกัน
  • การขยายตลาดออนไลน์และส่งออกต่างประเทศ ที่ทำให้ ฉั่วฮะเส็งกลายเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจคนรุ่นใหม่ทั่วโลก


“รสชาติแห่งความภูมิใจ” ที่ยั่งยืนในทุกยุคสมัย

ในยุคที่แบรนด์ใหม่เกิดขึ้นทุกวัน การจะอยู่รอดกว่า 75 ปีโดยไม่เสื่อมมนต์เสน่ห์นั้น ต้องมีทั้ง “คุณภาพที่มั่นคง” และ “วิสัยทัศน์ที่ไม่หยุดนิ่ง” ฉั่วฮะเส็งคือภาพสะท้อนของ SME ไทยที่เปลี่ยนความดั้งเดิมให้กลายเป็นพลังในการสร้างสรรค์

แบรนด์นี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องปรุงในครัว แต่เป็นสัญลักษณ์ของ “ความภาคภูมิใจของคนไทย” ที่แสดงให้โลกเห็นว่า วัตถุดิบไทยและภูมิปัญญาไทย สามารถยืนหยัดอย่างสง่างามในตลาดโลกได้

เพราะสุดท้ายแล้ว ความอร่อยที่แท้จริง คือความเชื่อมั่นที่สั่งสมมาด้วยคุณค่า ความซื่อสัตย์ และความยั่งยืน

และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ชื่อของ “ฉั่วฮะเส็ง” ยังคงหอมกรุ่นอยู่ในทุกครัวของไทยและครัวของโลก



เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ คอลัมน์

SME Game Changer: พลิกเกมธุรกิจ SME

วันที่ 10 ธันวาคม 2568



แนะนำเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • SME Game Changer บทความอื่นๆ

    โมเดลค้าปลีกผลไม้ยุคใหม่ พลิกโฉมธุรกิจด้วยเทคโนโลยีการเงินและแนวคิด ESG

    เพิ่มเติม
  • SME Game Changer บทความอื่นๆ

    ตะขาบ 5 ตัว จากจุดต่างสู่จุดแข็ง ปั้นแบรนด์ให้ทันสมัย ครองใจคนทุกเจเนอเรชัน

    เพิ่มเติม
  • อยากให้ธุรกิจคุณไปได้ไกลกว่าเดิมไหม

    เราพร้อมนำเสนอโซลูชัน
    ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ