ข้อกำหนดและเงื่อนไขทั่วไปสำหรับการได้รับสิทธิประโยชน์/สิทธิพิเศษจากบัตรเครดิต SCB PRIVATE BANKING
- ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการมอบสิทธิประโยชน์/สิทธิพิเศษ/คะแนนสะสม(“สิทธิประโยชน์”) ให้แก่ผู้ถือบัตรเครดิต SCB PRIVATE BANKING ที่ยังคงสมาชิกภาพและยังคงคุณสมบัติของผู้ถือบัตรเครดิต SCB PRIVATE BANKING ตามที่ระบุไว้ในข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ ณ วันที่ใช้สิทธิ ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรเครดิต SCB PRIVATE BANKING ไม่สามารถโอนสิทธิประโยชน์ดังกล่าวให้แก่ผู้อื่นได้
- คุณสมบัติของผู้ถือบัตรเครดิต SCB PRIVATE BANKING คือ การคงยอดสินทรัพย์รวมกับธนาคารเฉลี่ย 6 เดือน เป็นจำนวนเงินตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป
- ยอดสินทรัพย์รวมกับธนาคาร หมายถึง ยอดรวมในบัญชีเงินฝากที่เป็นสกุลเงินบาท และ/หรือ บัญชี เงินฝากที่เป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ และ/หรือ ค่าเบี้ยประกันที่ชำระในปีปัจจุบัน และ/หรือ เงิน ลงทุนผ่านธนาคารในกองทุนรวมภายใต้การบริหารของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จํากัด (เช่น กองทุน SSF/LTF/RMF, Term Fund เป็นต้น) กองทุนภายใต้โครงการขาย แบบเปิด (Open Architecture) ทั้งหมด และ/หรือ ตั๋วแลกเงินที่ออกโดยธนาคาร และ/หรือ หุ้นกู้ ที่ออกโดยธนาคาร และ/หรือ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จํากัด (มหาชน) และ/หรือ หุ้นกู้ด้อยสิทธิธนาคาร ไทยพาณิชย์ที่มีระยะเวลา 6 เดือนขึ้นไป (ไม่รวมหุ้นกู้ด้อยสิทธิอื่น) และ/หรือ เงินลงทุนผ่านบริษัท หลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จํากัด ในประเภทสินทรัพย์ที่ธนาคารกำหนด (เช่น กองทุนรวม, Structured Notes, Equity Linked Notes เป็นต้น) (สำหรับผู้ถือบัตรเครดิต SCB PRIVATE BANKING ที่เคยลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง (Structured Notes) ที่ออกโดยบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จํากัดจากการแนะนําของพนักงานธนาคารเท่านั้น) เฉลี่ย 6 เดือน เป็นจำนวนเงิน ตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป ทั้งนี้ กรณีบัญชีเงินฝากประจำหรือกองทุนเป็นบัญชีร่วม ธนาคารจะคำนวณยอดเงินฝากประจำหรือยอดรวมกองทุน หารด้วยจำนวนเจ้าของบัญชีร่วมแล้วจึงคิดคำนวณเป็นยอดสินทรัพย์รวมของเจ้าของบัญชีร่วมแต่ละคน เช่น ลูกค้ามีเงินฝากในบัญชีร่วม เป็นจํานวนเงิน 100 ล้านบาท โดยบัญชีดังกล่าวมีเจ้าของบัญชีร่วมจำนวน 2 คน จํานวนเงินที่ จะนํามาคิดคำนวณเป็นยอดสินทรัพย์รวมจะเป็นจำนวนเงินคนละ 50 ล้านบาท
- ในการใช้สิทธิประโยชน์ ผู้ถือบัตรเครดิต SCB PRIVATE BANKING จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของสิทธิประโยชน์ประเภทนั้น ๆ ด้วย
- ธนาคารมีสิทธิเปลี่ยนแปลง และ/หรือ ยกเลิก กติกา เงื่อนไข ข้อกำหนด ระยะเวลา และ/หรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้ โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ก่อนวันมีผลใช้บังคับ เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอื่นที่ไม่อาจแจ้งล่วงหน้าได้ ธนาคารจะแจ้งให้ทราบโดยเร็วที่สุดเท่าที่สามารถทำได้
- ธนาคารมีสิทธิไม่ต่ออายุ หรือยกเลิกบัตรเครดิต SCB PRIVATE BANKING รวมถึงสงวนสิทธิ์ในการไม่มอบสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ถือบัตรเครดิต SCB PRIVATE BANKING ที่มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด โดยธนาคารจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน
- กรณีที่ลูกค้าถือบัตรเครดิต SCB PRIVATE BANKING, บัตรเครดิต SCB FIRST และบัตรเครดิตSCB PRIME ในขณะเดียวกัน ธนาคารขอสงวนสิทธิ์มอบสิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตที่ให้เอกสิทธิ์สูงสุดเพียงใบเดียวเท่านั้น
- กรณีมีข้อพิพาท ให้ถือคำตัดสินของธนาคารเป็นที่สุด
*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ยในอัตรา 16% ต่อปี ยกเว้นการเบิกเงินสดล่วงหน้า (Cash Advance) จะต้องชำระค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ย