SCB


![]()
นโยบายการกำกับดูแลกิจการนี้ ประกอบกับหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคาร”) รวมทั้งกฎหมาย และกฎหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องกับธนาคารพาณิชย์และบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นกรอบที่ใช้ในการกำกับดูแลกิจการของธนาคาร
นอกจากนี้ หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งอาจมีมาตรฐานสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด และคณะกรรมการธนาคารเห็นว่ามีความเหมาะสมก็จะถูกนำมาใช้ในการกำกับดูแลกิจการของธนาคารด้วยเช่นกัน ทั้งนี้นโยบายการกำกับดูแลกิจการนี้ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการธนาคารที่จะใช้เป็นกรอบในการกำกับดูแลกิจการของธนาคารด้วยแล้ว
![]()
| 1.1 | วิสัยทัศน์ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
ธนาคารมีวิสัยทัศน์ในการดำเนินงานที่มุ่งสู่การเป็น “ธนาคารที่ลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน และสังคมเลือก” โดยมีแนวทางที่จะทำให้บรรลุถึงวิสัยทัศน์ที่ตั้งไว้ดังนี้ สำหรับลูกค้า : นำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการที่ดีในระดับมาตรฐานสากล
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 1.2 |
พันธกิจ |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
ธนาคารได้กำหนดพันธกิจไว้อย่างชัดเจนว่า จะมุ่งพัฒนาสู่การเป็นธนาคารครบวงจรชั้นนำของประเทศ (The Premier Universal Bank) มุ่งเน้นการให้บริการในตลาดการเงินและกลุ่มลูกค้าหลักด้วยการใช้ประโยชน์อย่างสูงสุดจากเครือข่ายของกลุ่มธนาคาร และมีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างเต็มที่ |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 1.3 |
ค่านิยมหลัก |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 1.4 | จรรยาบรรณธนาคาร | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนมุ่งมั่นที่จะดำเนินการและยึดถือในจรรยาบรรณของธนาคารในด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 1.5 | จรรยาบรรณกรรมการธนาคาร | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
กรรมการธนาคารมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานด้านจริยธรรมที่สูงที่สุด ภายใต้หลักการดังต่อไปนี้ |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 1.6 | จรรยาบรรณพนักงาน | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
อนึ่ง รายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับจรรยาบรรณธนาคาร กรรมการ และพนักงานได้ถูกระบุไว้ในเว็บไซด์ของธนาคาร หัวข้อ “จรรยาบรรณ” ในส่วน “เกี่ยวกับธนาคาร” ภายใต้หัวข้อย่อย “การกำกับดูแลกิจการ”
![]()
2.1 คณะกรรมการธนาคาร
| ก) |
บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการธนาคาร |
||||||||||||||||||||||
|
บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการธนาคารให้เป็นไปตามที่ได้กำหนดไว้โดยกฎหมาย หนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับของธนาคาร และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งรวมถึงการดำเนินการดังต่อไปนี้
|
|||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||
| ข) | การประชุมคณะกรรมการธนาคาร | ||||||||||||||||||||||
|
ให้มีการประชุมคณะกรรมการธนาคารไม่น้อยกว่า 6 ครั้งต่อปี และต้องประชุมกันอย่างน้อย 3 เดือนต่อหนึ่งครั้ง โดยกำหนดวันประชุมล่วงหน้าตลอดทั้งปี และมีการประชุมพิเศษเพิ่มตามความจำเป็น ทั้งนี้นายกกรรมการ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่จะร่วมกันพิจารณาเลือกเรื่องเข้าประชุมตามความสำคัญและจำเป็น สำหรับวาระสำคัญของการประชุมแต่ละครั้งก็ให้มีการกำหนดไว้ล่วงหน้าอย่างชัดเจน อันประกอบด้วยการกำหนดแผนกลยุทธ์ แผนธุรกิจและงบประมาณประจำปีรวมถึงการทบทวนแผนดังกล่าว การพิจารณาผลประกอบการและงบการเงินของธนาคารประจำไตรมาส ประจำครึ่งปี และประจำปี การอนุมัติสินเชื่อและการปรับโครงสร้างหนี้ที่สำคัญ การพิจารณารายการการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง การพิจารณาเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกันตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรและตำแหน่งงานที่สำคัญ การบริหารความเสี่ยงและรายงานจากคณะกรรมการชุดย่อย โดยมีฝ่ายบริหารของธนาคารเข้าร่วมประชุมในวาระที่เกี่ยวข้องทุกครั้ง เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมในฐานะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น ๆ โดยตรง ในการประชุมคณะกรรมการธนาคารจะต้องจัดให้มีหนังสือเชิญประชุม พร้อมกับระเบียบวาระการประชุมและเอกสารเสนอให้กรรมการพิจารณาก่อนการประชุมล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้กรรมการมีเวลาอย่างเพียงพอในการพิจารณาศึกษาวาระการประชุมและเอกสารประกอบการประชุม เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน หลังจากการประชุมทุกครั้ง เลขานุการบริษัทจะจัดทำรายงานการประชุมเป็นลายลักษณ์อักษร และนำเสนอคณะกรรมการธนาคารพิจารณาร่างรายงานการประชุมดังกล่าวล่วงหน้าก่อนการรับรองในการประชุมครั้งต่อไป รายงานการประชุมดังกล่าวจะต้องได้รับการจัดเก็บพร้อมกับเอกสารประกอบการประชุมอย่างครบถ้วน เพื่อพร้อมสำหรับการตรวจสอบจากคณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ คณะกรรมการธนาคารยังกำหนดให้มีการประชุมนัดพิเศษนอกสถานที่ (Board Retreat) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อปรึกษาหารือ เรื่องที่มีความสำคัญกับธนาคารเฉพาะเรื่อง และกำหนดให้มีการประชุมกรรมการธนาคารที่มิใช่กรรมการที่เป็นผู้บริหารเป็นประจำทุก 6 เดือน
|
|||||||||||||||||||||||
| ค) |
โครงสร้างของคณะกรรมการธนาคาร |
||||||||||||||||||||||
|
จำนวนของกรรมการในคณะกรรมการธนาคารให้เป็นไปตามที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นกำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่า 5 คน โดยกรรมการไม่น้อยกว่า 3 คน หรือหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด (แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า) จะต้องเป็นกรรมการอิสระ และจำนวนกรรมการที่เป็นผู้บริหารต้องไม่เกินกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด คณะกรรมการธนาคารจะเลือกกรรมการอิสระคนหนึ่งขึ้นดำรงตำแหน่งนายกกรรมการ
|
|||||||||||||||||||||||
| ง) | วาระการดำรงตำแหน่งกรรมการธนาคาร | ||||||||||||||||||||||
|
กรรมการจำนวนหนึ่งในสามของคณะกรรมการธนาคารจะต้องออกจากตำแหน่งในทุกครั้งของการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี โดยให้กรรมการซึ่งอยู่ในตำแหน่งนานที่สุดเป็นผู้ออกจากตำแหน่ง ในกรณีที่กรรมการที่จะพ้นจากตำแหน่งดังกล่าวไม่อาจแบ่งได้พอดีหนึ่งในสาม ก็ให้ใช้จำนวนที่ใกล้ที่สุดกับหนึ่งในสาม อย่างไรก็ตาม กรรมการซึ่งออกจากตำแหน่งอาจได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหม่ได้ นอกจากนี้ เพื่อให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการที่เป็นกรรมการอิสระในกรณีปกติโดยทั่วไปไม่ควรเกินกว่า 3 วาระติดต่อกัน
|
|||||||||||||||||||||||
| จ) |
การสรรหาและเลือกตั้งกรรมการ |
||||||||||||||||||||||
|
คณะกรรมการสรรหา ค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล จะพิจารณารายชื่อผู้ที่มีความเหมาะสมที่จะเป็นกรรมการในคณะกรรมการธนาคารจากการเสนอชื่อโดยผู้ถือหุ้นและกรรมการแต่ละคน ที่ได้ผ่านการกลั่นกรองคุณสมบัติให้เป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และนำเสนอคำแนะนำต่อคณะกรรมการธนาคาร ทั้งนี้ ภายหลังคณะกรรมการธนาคารให้ความเห็นชอบกับรายชื่อกรรมการที่เสนอดังกล่าว ธนาคารจะดำเนินการหารือและขอความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนเสนอคณะกรรมการธนาคารหรือผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาแต่งตั้งต่อไป และสำหรับตำแหน่งนายกกรรมการ คณะกรรมการธนาคารจะเลือกจากกรรมการอิสระให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว
|
|||||||||||||||||||||||
| ฉ) |
การปฏิบัติต่อกรรมการใหม่ |
||||||||||||||||||||||
|
เมื่อมีการแต่งตั้งกรรมการใหม่ ธนาคารจะจัดให้มีการปฐมนิเทศสำหรับกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งใหม่ โดยจัดให้มีการบรรยายสรุปวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และเป้าหมายการดำเนินธุรกิจและการดำเนินการที่สำคัญโดยประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการใหญ่ และ/หรือผู้บริหารระดับสูง พร้อมทั้งจัดให้มีเอกสารสำหรับกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่เพื่อประกอบการทำหน้าที่ อันได้แก่ คู่มือกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับธนาคาร และรายงานประจำปีเล่มล่าสุดของธนาคาร ซึ่งเอกสารเหล่านี้ประกอบด้วยข้อมูลที่สำคัญ ได้แก่ บทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการธนาคาร นโยบายการกำกับดูแลกิจการของธนาคาร อำนาจอนุมัติ และข้อห้ามการกระทำของกรรมการธนาคารตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการชุดย่อยต่าง ๆ
|
|||||||||||||||||||||||
| ช) | การดำรงตำแหน่งในบริษัทอื่นของกรรมการและผู้บริหารระดับสูง | ||||||||||||||||||||||
|
ธนาคารมีนโยบายเรื่องการดำรงตำแหน่งในบริษัทอื่นของกรรมการธนาคาร (รวมถึงกรรมการผู้จัดการใหญ่) สอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ดีที่กำหนดหรือแนะนำโดยหน่วยงานกำกับดูแลต่าง ๆ อาทิ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่แนะนำให้กรรมการบริษัทจดทะเบียนควรดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนไม่เกิน 5 บริษัท และธนาคารแห่งประเทศไทยที่กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารระดับสูงของธนาคารพาณิชย์สามารถเป็นประธานกรรมการ กรรมการที่เป็นผู้บริหาร หรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างในบริษัทจำกัดได้ไม่เกิน 3 กลุ่มธุรกิจ นอกจากนี้ ธนาคารยังได้กำหนดแนวทางปฏิบัติภายในในการดำรงตำแหน่งใด ๆ ในบริษัทอื่นของกรรมการ โดยให้กรรมการแจ้งล่วงหน้าก่อนการรับตำแหน่งอื่นใดในบริษัทและองค์กรต่าง ๆ มายังคณะกรรมการสรรหา ค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล ซึ่งจะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสม และความสอดคล้องกับกฎเกณฑ์ทางการ และเลขานุการบริษัททำหน้าที่แจ้งการดำรงตำแหน่งของกรรมการแต่ละคน เพื่อให้คณะกรรมการธนาคารทราบ โดยจะมีการเปิดเผยข้อมูลการดำรงตำแหน่งในบริษัทอื่นของกรรมการให้ผู้ถือหุ้นทราบในรายงานประจำปี และสำหรับการดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทหรือองค์กรอื่นของผู้บริหารระดับสูงของธนาคารตั้งแต่ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ขึ้นไปนั้น (รวมถึงกรรมการผู้จัดการใหญ่) ธนาคารได้กำหนดเป็นระเบียบภายในให้ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสรรหา ค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาลด้วย |
2.2 คณะกรรมการชุดย่อยที่แต่งตั้งโดยคณะกรรมการธนาคาร
คณะกรรมการธนาคารได้จัดให้มีคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อช่วยศึกษาและกลั่นกรองงานต่าง ๆ เฉพาะด้าน ดังนี้
| ก) | คณะกรรมการชุดย่อย (Board Committees) | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
ปัจจุบันธนาคารมีคณะกรรมการชุดย่อย (Board Committees) 4 ชุด ประกอบด้วย คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหา ค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล และคณะกรรมการกิจกรรมเพื่อสังคม ซึ่งแต่ละชุดมีองค์ประกอบ บทบาท และหน้าที่ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ข) | คณะกรรมการฝ่ายจัดการ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| คณะกรรมการฝ่ายจัดการ มีทั้งหมด 6 ชุด ประกอบด้วย คณะกรรมการจัดการ คณะกรรมการพัฒนาบุคลากร คณะกรรมการโครงการปรับปรุงธนาคาร คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการบริหารสินทรัพย์และหนี้สิน และคณะกรรมการบริหารการลงทุนตราสารทุน ซึ่งมีรายละเอียดของแต่ละคณะดังนี้ | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
2.3 การแยกตำแหน่งระหว่างนายกกรรมการ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่
เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่การกำกับดูแล และความโปร่งใสของการดำเนินงานภายใน ตำแหน่งและอำนาจหน้าที่ของนายกกรรมการ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่จะได้รับการแบ่งแยกไว้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นไปตามหลักการแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างการกำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการ และการบริหารงานประจำ ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้
นายกกรรมการ คณะกรรมการธนาคารจะเลือกกรรมการที่เป็นกรรมการอิสระหนึ่งคนดำรงตำแหน่งดังกล่าว ดังนั้นนายกกรรมการของธนาคารจึงไม่เป็นบุคคลเดียวกับประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่
ประธานกรรมการบริหาร ได้รับเลือกและแต่งตั้งโดยคณะกรรมการธนาคารจากบุคคลซึ่งเป็นกรรมการในคณะกรรมการธนาคาร ประธานกรรมการบริหารมีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลธนาคารตามที่คณะกรรมการธนาคารมอบหมาย อันได้แก่การพัฒนาและทบทวนกลยุทธ์และนโยบายที่สำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจของธนาคาร และมีบทบาทหน้าที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการชุดย่อยอื่น ๆ ที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการธนาคาร รวมทั้งดูแลการทำงานของคณะกรรมการบริหารให้เป็นไปตามกฎบัตรของคณะกรรมการบริหาร นอกจากนี้ประธานกรรมการบริหารเป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันธนาคารได้โดยลำพัง
กรรมการผู้จัดการใหญ่ คณะกรรมการธนาคารเป็นผู้แต่งตั้งกรรมการผู้จัดการใหญ่จากบุคคลซึ่งเป็นกรรมการในคณะกรรมการธนาคาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่จะเป็นกรรมการบริหารโดยตำแหน่ง และมีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันธนาคารได้โดยลำพังเช่นเดียวกับประธานกรรมการบริหาร ทั้งนี้ อำนาจหน้าที่ของกรรมการผู้จัดการใหญ่ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการธนาคารเห็นสมควร และตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งรวมถึงเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
2.4 ค่าตอบแทนของกรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการ
| ก) | ค่าตอบแทนกรรมการ |
|
คณะกรรมการสรรหา ค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาลเป็นผู้ทำหน้าที่เสนอแนะค่าตอบแทนของกรรมการ และกรรมการในคณะกรรมการชุดย่อย (Board Committees) ที่เหมาะสมต่อคณะกรรมการธนาคารเพื่อเสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติเป็นประจำทุกปี โดยคณะกรรมการธนาคารมีนโยบายให้ค่าตอบแทนของกรรมการอยู่ในระดับที่เหมาะสมและสอดคล้องกับภาระหน้าที่ของกรรมการที่ต้องปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่าง ๆ และเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
|
|
| ข) | ค่าตอบแทนของผู้มีอำนาจในการจัดการ |
|
คณะกรรมการสรรหา ค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล รับผิดชอบในการนำเสนอค่าตอบแทนของผู้มีอำนาจในการจัดการ (ตามที่ได้นิยามไว้ใน พรบ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551) เพื่อให้คณะกรรมการธนาคาร พิจารณาให้ความเห็นชอบในการกำหนดค่าตอบแทนที่เหมาะสมตามนโยบายของธนาคาร ซึ่งจะเชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานของธนาคารและผลการปฏิบัติงานรายบุคคล ภายใต้หลักเกณฑ์ที่โปร่งใส และตามขอบเขตความรับผิดชอบของตำแหน่งงาน ตลอดจนความสามารถในการแข่งขัน เมื่อเปรียบเทียบกับสถาบันการเงินและบริษัทชั้นนำในประเทศไทย
|
|
| ค) | ผลประโยชน์อื่น ๆ ของกรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการ |
|
กรรมการได้รับสวัสดิการอื่น ๆ ตามระเบียบของธนาคาร อาทิ สิทธิประโยชน์เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล รวมถึงค่าเดินทางและค่าที่พักสำหรับกรรมการชาวต่างชาติที่มาประชุมในประเทศไทย เป็นต้น ผู้มีอำนาจในการจัดการ (ตามที่ได้นิยามไว้ใน พรบ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551) ของธนาคารได้รับผลประโยชน์และสวัสดิการต่าง ๆ เช่นเดียวกับพนักงาน เช่น สิทธิประโยชน์เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ประกันชีวิตและอุบัติเหตุ ค่าเดินทาง สวัสดิการเงินกู้ประเภทต่าง ๆ เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นต้น |
2.5 การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการ
| ก) |
การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ |
|
|
|
ธนาคารจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการธนาคารเป็นประจำทุกปี โดยเลขานุการบริษัทจะจัดส่งแบบการประเมินดังกล่าวให้กรรมการแต่ละท่าน และรวบรวมเสนอต่อประธานกรรมการสรรหา ค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล เพื่อทำการประเมินผลการปฏิบัติงาน และนำผลการประเมินไปหารือในที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร ทั้งนี้สำหรับข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ได้รับจากการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการธนาคาร ธนาคารจะนำมาใช้ในการปรับปรุงประสิทธิผลของการทำงานของคณะกรรมการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการกำกับดูแลกิจการของธนาคาร
|
|
| ข) | การประเมินผลการปฏิบัติงานผู้มีอำนาจในการจัดการ |
|
ธนาคารจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้มีอำนาจในการจัดการ (ตามที่ได้นิยามไว้ใน พรบ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551) เป็นประจำทุกปี ซึ่งอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของคณะกรรมการสรรหา ค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล โดยในส่วนของการประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่นั้น คณะกรรมการสรรหา ค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาลมีหน้าที่ทบทวนเป้าหมาย หลักเกณฑ์การปฏิบัติงาน ติดตามผลการปฏิบัติงานและประเมินผลการปฏิบัติงาน และนำเสนอให้คณะกรรมการธนาคารพิจารณาให้ความเห็นชอบ สำหรับการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้มีอำนาจในการจัดการของธนาคาร ฝ่ายบริหารจะพิจารณากำหนดดัชนีชี้วัดความสำเร็จ (Key Performance Indicator) ตามกลยุทธ์และเป้าหมายในแต่ละปี ติดตามผลการปฏิบัติงานและประเมินผลการปฏิบัติงาน โดยมีคณะกรรมการสรรหา ค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล ทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองผลการประเมินที่นำเสนอโดยฝ่ายบริหาร เพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการธนาคารพิจารณาให้ความเห็นชอบและกำหนดค่าตอบแทนและผลประโยชน์อื่น ๆ ที่เหมาะสมต่อไป |
2.6 แผนพัฒนาเพื่อทดแทนตำแหน่งงาน (Succession Planning)
ธนาคารมีการดำเนินการเกี่ยวกับแผนพัฒนาเพื่อทดแทนตำแหน่งงานโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมด้านกำลังคน ทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการบริหารงานที่เหมาะสม และเพื่อคัดเลือกและเตรียมความพร้อมของบุคลากรที่เหมาะสมในการดำรงตำแหน่งงานที่เป็นตำแหน่งงานหลัก (Key Jobs) ของธนาคาร อันได้แก่ผู้บริหารสูงสุดของธนาคาร ของกลุ่มงาน หรือของสายงาน หรือเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญในโครงสร้างการบริหารจัดการ หรือต่อการดำเนินธุรกิจของธนาคาร หรือเป็นตำแหน่งงานที่ต้องการทักษะเฉพาะด้าน มีความชำนาญเชิงลึก หรือยากแก่การทดแทน โดยได้กำหนดหลักการสำหรับการจัดทำแผนทดแทนตำแหน่งงานไว้ดังนี้
| ก) | ตำแหน่งงานสำหรับการจัดทำแผนทดแทนตำแหน่งงาน |
|
|
|
ข) |
เกณฑ์การพิจารณาและคัดเลือกผู้บริหารที่ควรได้รับการพิจารณาเพื่อทดแทนตำแหน่งงาน |
|
|
| ค) |
กระบวนการจัดทำแผนทดแทนตำแหน่งงาน ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ |
|
|
| ง) | ผู้นำเสนอและผู้มีอำนาจในการพิจารณาให้ความเห็นชอบกับบุคคลที่จะมาทดแทนตำแหน่งงาน |
|
ธนาคารจัดให้มีระดับชั้นของผู้สรรหาและนำเสนอบุคคลที่จะมาทดแทนตำแหน่งงาน และผู้มีอำนาจในการให้ความเห็นชอบกับผู้ที่จะมาทดแทนตำแหน่งงาน ซึ่งสำหรับตำแหน่งงานหลัก (Key Jobs) ของธนาคาร ผู้สรรหาและนำเสนอจะเป็นคณะกรรมการสรรหา ค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล หรืออาจเป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการธนาคารเป็นกรณีพิเศษ โดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลดังกล่าวอาจเป็นประธานคณะกรรมการสรรหา ค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล กรรมการธนาคาร กรรมการผู้จัดการใหญ่ หรือผู้บริหารสูงสุดของกลุ่มงานหรือสายงาน ในขณะที่ผู้มีอำนาจในการให้ความเห็นชอบอาจเป็นคณะกรรมการธนาคาร คณะกรรมการสรรหา ค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล ประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการใหญ่ หรือผู้บริหารสูงสุดของกลุ่มงาน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับชั้นของตำแหน่งงานที่จะมีการทดแทนนั้น ๆ |
2.7 เลขานุการบริษัท
คณะกรรมการธนาคารเป็นผู้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ธนาคารที่มีคุณสมบัติเหมาะสม 1 คน ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการบริษัท เพื่อทำหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงหน้าที่ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานบรรษัทภิบาลที่ดี
| ก) | จัดให้มีและดำเนินการเรื่องการประชุมผู้ถือหุ้น การประชุมคณะกรรมการธนาคาร และการประชุมคณะกรรมการชุดย่อยที่แต่งตั้งโดยคณะกรรมการธนาคารที่เกี่ยวข้อง โดยให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ กฎบัตรของคณะกรรมการแต่ละชุด และข้อพึงปฏิบัติที่ดีของธนาคาร |
| ข) | จัดทำและเก็บรักษาทะเบียนกรรมการ หนังสือนัดประชุมและรายงานการประชุมคณะกรรมการธนาคาร หนังสือนัดประชุมและรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น และรายงานประจำปีของธนาคาร |
| ค) | แจ้งมติและนโยบายของคณะกรรมการธนาคารและผู้ถือหุ้นให้ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องทราบ และติดตามการปฏิบัติตามมติและนโยบายดังกล่าวผ่านกรรมการผู้จัดการใหญ่ |
| จ) | เก็บรักษารายงานการมีส่วนได้เสียที่รายงานโดยกรรมการหรือผู้บริหาร และนำเสนอต่อนายกกรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด |
| ฉ) | ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะเบื้องต้นแก่คณะกรรมการธนาคารและคณะกรรมการชุดย่อยที่แต่งตั้งโดยคณะกรรมการธนาคารในประเด็นกฎหมาย ระเบียบ และข้อพึงปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการ |
| ช) | ดูแลให้หน่วยงานเลขานุการธนาคารเป็นศูนย์กลางของข้อมูลองค์กร (Corporate Records) อาทิ หนังสือจดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับ ทะเบียนผู้ถือหุ้น ใบอนุญาตประกอบธุรกิจประเภทต่าง ๆ ของธนาคาร เป็นต้น |
| ซ) | ดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลและรายงานสารสนเทศในส่วนที่รับผิดชอบต่อหน่วยงานกำกับดูแลให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบและนโยบายการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของธนาคาร |
| ฌ) | ติดต่อและสื่อสารกับผู้ถือหุ้นทั่วไป ให้ได้รับทราบสิทธิต่าง ๆ ของผู้ถือหุ้น และข่าวสารของธนาคาร |
| ญ) | ให้ข่าวสารและข้อมูลแก่กรรมการในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของธนาคารเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ |
| ฎ) | จัดให้มีการปฐมนิเทศสำหรับกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ |
| ฏ) |
ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด |
![]()
3.1 การปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
ธนาคารตระหนักถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน พันธมิตร คู่แข่งทางการค้า เจ้าหนี้ คู่ค้า สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ดังจะเห็นได้จากวิสัยทัศน์ รวมตลอดถึงจรรยาบรรณของธนาคารที่ได้กล่าวโดยสรุปไว้ในส่วนที่ 1 ของนโยบายการกำกับดูแลกิจการของธนาคารฉบับนี้ โดยมีนโยบายที่จะให้แต่ละกลุ่มของผู้มีส่วนได้เสีย ได้รับความพึงพอใจและได้รับสิทธินั้นอย่างเต็มที่บนหลักการของความเป็นธรรมเพื่อการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ผู้มีส่วนได้เสียสามารถติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของธนาคารได้โดยตรง อาทิ ลูกค้าสามารถติดต่อผ่านสาขาหรือเจ้าหน้าที่/ผู้จัดการธุรกิจสัมพันธ์ที่ดูแล และสำหรับกรณีของพนักงานที่ต้องการจะแจ้งข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำการอันมิชอบใด ๆ สามารถติดต่อผ่านทางสายทรัพยากรบุคคลสัมพันธ์ที่อำนวยความสะดวกให้แก่พนักงาน หรือติดต่อเป็นหนังสือโดยตรงไปยังรองผู้บริหารสูงสุดของกลุ่มบริหารความเสี่ยง กลุ่มทรัพยากรบุคคล หรือกลุ่มตรวจสอบและกำกับ เป็นต้น นอกจากนี้ ธนาคารยังมีช่องทางสื่อสารอื่น ๆ สำหรับเปิดรับแจ้งข้อร้องเรียน คำแนะนำ ข้อเสนอแนะ และความคิดเห็นซึ่งเป็นช่องทางกลางที่สามารถติดต่อถึงคณะกรรมการธนาคารและฝ่ายบริหาร ได้แก่
|
- โทรศัพท์หมายเลข 0-2777 7777 |
|
- โทรสารหมายเลข 0-2937 7931 |
| - จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่ company_secretarty@scb.co.th | |
| - ไปรษณีย์หรือยื่นเรื่องโดยตรงต่อเลขานุการบริษัทที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ สำนักงานบริหารงานกรรมการและผู้ถือหุ้น 9 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 |
โดยธนาคารมีการจัดทำแนวนโยบาย และวิธีปฏิบัติงานต่อข้อร้องเรียนของลูกค้า และ/หรือ พนักงานที่ชัดเจน ในขณะที่ข้อมูลดังกล่าวจะได้รับการคุ้มครองและเก็บไว้เป็นความลับ และจะมีการดำเนินการตรวจสอบ หาแนวทางแก้ไข (หากมี) ซึ่งจะได้รับการรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการธนาคารต่อไป
3.2 การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้น
| ก) | การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นโดยทั่วไป |
|
ธนาคารมีนโยบายที่จะให้ผู้ถือหุ้นได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน อันได้แก่ การซื้อขายหรือโอนหุ้น การมีส่วนแบ่งในกำไรของธนาคาร การเข้าร่วมประชุมเพื่อใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมอย่างเป็นอิสระและเท่าเทียมกัน การร่วมตัดสินใจในเรื่องสำคัญของธนาคาร (อาทิ การแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ การกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ การแต่งตั้งผู้สอบบัญชี การกำหนดจำนวนเงินค่าตรวจสอบบัญชี และเรื่องที่มีผลกระทบต่อธนาคาร ได้แก่ การจัดสรรเงินปันผล การกำหนดหรือการแก้ไขข้อบังคับและหนังสือบริคณห์สนธิ การลดทุนหรือเพิ่มทุน และการอนุมัติรายการพิเศษ เป็นต้น) และการได้รับข้อมูลข่าวสารของธนาคารอย่างรวดเร็ว ครบถ้วน และเพียงพอ ผ่านช่องทางที่เข้าถึงได้ง่าย โดยการจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิของผู้ถือหุ้น รวมตลอดถึงข่าวสารที่เป็นประโยชน์เผยแพร่ในเว็บไซต์ของธนาคาร โดยธนาคารได้กำหนดหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลและอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นของธนาคาร ไว้ได้แก่ สำนักงานบริหารงานกรรมการและผู้ถือหุ้น |
|
| ข) | การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการประชุมผู้ถือหุ้น |
|
ธนาคารมุ่งที่จะดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้นให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยอาจแบ่งการดำเนินการของธนาคารออกได้เป็น 3 ช่วงระยะเวลา ดังนี้
ธนาคารจะจัดส่งหนังสือบอกกล่าวเชิญประชุมผู้ถือหุ้นให้แก่ผู้ถือทางไปรษณีย์ทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดวาระการประชุมพร้อมด้วยข้อเท็จจริงและเหตุผลรวมถึงความเห็นของคณะกรรมการสำหรับแต่ละวาระ แบบฟอร์มหนังสือมอบฉันทะ และเอกสารประกอบการประชุมอื่น ๆ ตลอดจนรายละเอียดขั้นตอนการประชุม การออกเสียงลงคะแนน การมอบฉันทะของผู้ถือหุ้นและรายงานประจำปีของธนาคาร (ในรูปแบบ CD ROM) นอกจากนี้ ธนาคารจะเผยแพร่เอกสารต่าง ๆ ดังกล่าวผ่านทางหนังสือพิมพ์รายวันและเว็บไซต์ของธนาคาร โดยจะจัดส่งและเผยแพร่ให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าก่อนการประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 14 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้มีเวลาอย่างเพียงพอในการพิจารณาและใช้สิทธิได้อย่างเต็มที่ในแต่ละวาระการประชุมของการประชุม และในกรณีที่ผู้ถือหุ้นมีความประสงค์ต้องการรับรายงานประจำปีที่เป็นรูปเล่ม ผู้ถือหุ้นสามารถติดต่อขอรับได้ที่เลขานุการบริษัท สำหรับผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ด้วยตนเอง ผู้ถือหุ้นนั้น ๆ สามารถมอบฉันทะให้บุคคลอื่นหรือกรรมการอิสระของธนาคารเข้าประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทนได้ โดยธนาคารจะจัดเตรียมข้อมูลของกรรมการอิสระ อาทิ ประวัติ ที่อยู่ การศึกษา การดำรงตำแหน่งในกิจการที่แข่งขันหรือเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจของธนาคาร ลักษณะความสัมพันธ์ของกรรมการอิสระกับธนาคารหรือบริษัทย่อยของธนาคาร การมีส่วนได้เสียในวาระที่จะมีการพิจารณา เป็นต้น ซึ่งหนังสือมอบฉันทะที่ธนาคารจัดส่งให้กับผู้ถือหุ้นนั้นจะเป็นแบบที่กำหนดรายการต่างๆ ที่จะมอบฉันทะอย่างละเอียดชัดเจนตามที่กำหนดโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โดยผู้ถือหุ้นสามารถที่จะออกเสียงลงคะแนนอย่างเฉพาะเจาะจงมาในหนังสือมอบฉันทะได้ วันประชุมผู้ถือหุ้น ธนาคารจะอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้รับมอบฉันทะที่เข้าร่วมประชุม โดยการรับลงทะเบียนด้วยระบบบาร์โค้ดและจัดเจ้าหน้าที่รับลงทะเบียนแยกตามประเภทของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุม พร้อมทั้งส่งมอบบัตรลงคะแนนเสียงในแต่ละวาระการประชุมที่มีบาร์โค้ดเดียวกันกับบาร์โค้ดของผู้ถือหุ้นที่ใช้ในการลงทะเบียนเข้าร่วมประชุม นอกจากนี้ผู้ถือหุ้นยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมได้ทั้งก่อนและระหว่างการประชุมเพื่อใช้สิทธิออกเสียงในวาระที่ยังมิได้มีการลงมติ
ธนาคารจะนำเสนอข้อมูลประกอบการประชุมในระบบสื่อหลายประเภทร่วมกันซึ่งมีทั้งข้อความ ภาพ และเสียงประกอบ (Multimedia) เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับความสะดวกมากขึ้น ทั้งนี้ ประธานในที่ประชุมจะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสอบถาม รวมทั้งแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่าง ๆ โดยกรรมการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ทำหน้าที่ชี้แจงและตอบคำถามของผู้ถือหุ้น และเลขานุการบริษัททำหน้าที่จดบันทึกรายงานการประชุมและการออกเสียงลงคะแนนในแต่ละวาระอย่างละเอียด นอกจากนี้ ธนาคารจะไม่ดำเนินการใด ๆ เพื่อให้มีการเพิ่มวาระการประชุมหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญใด ๆ ในที่ประชุมอย่างกระทันหันอันเป็นการสอดคล้องกับนโยบายที่ให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิของผู้ถือหุ้น ภายหลังการประชุมผู้ถือหุ้น ธนาคารจะจัดส่งร่างรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใน 14 วันนับจากวันประชุมและเผยแพร่ในเว็บไซต์ www.scb.co.th เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับทราบอย่างรวดเร็ว
|
|
| ค) | การจ่ายเงินปันผล |
|
ธนาคารมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลของธนาคาร และบริษัทย่อยดังนี้
|
3.3 การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส
ธนาคารมุ่งมั่นที่จะให้การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของธนาคารต่อผู้ถือหุ้น และสาธารณชนเป็นไปอย่างดีที่สุด และทันการณ์ เพื่อให้การตัดสินใจลงทุนในหลักทรัพย์ของธนาคาร กระทำบนพื้นฐานของข้อมูลที่ครบถ้วน และเท่าเทียมกัน โดยกำหนดหลักการสำคัญในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ดังนี้
| ก) | ข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยจะต้องมีความถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน และทันการณ์ |
| ข) | การปฏิบัติตามกฎข้อบังคับที่เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารจะกระทำอย่างถูกต้องและครบถ้วน |
| ค) | ผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งรวมถึงผู้ถือหุ้น นักลงทุน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และผู้ที่มีความสนใจอื่น ๆ มีสิทธิที่เท่าเทียมกันในการรับทราบข้อมูล ข่าวสารที่เผยแพร่ของธนาคาร |
| ง) | ข้อมูลข่าวสารใดที่จะมีผลต่อราคาซื้อขายหลักทรัพย์ของธนาคาร หรือถือได้ว่าสำคัญต่อผู้ลงทุนในการตัดสินใจลงทุน หรือจะมีผลกระทบต่อสิทธิของผู้ถือหุ้น ธนาคารจะดำเนินการเปิดเผยต่อสาธารณะโดยทันที ผ่านทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย |
ธนาคารกำหนดให้ ประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการกลุ่มการเงิน (Chief Financial Officer) ผู้จัดการสายนักลงทุนสัมพันธ์ และ บุคคลอื่นที่คณะกรรมการธนาคารอาจพิจารณามอบหมายต่อไปเป็นผู้เปิดเผยข้อมูลของธนาคาร และกำหนดให้หน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations) เป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดเตรียมข้อมูลเพื่อเปิดเผยต่อทางการ ผู้ถือหุ้น นักลงทุน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ รวมถึงสาธารณชนผู้สนใจทั่วไป ซึ่งการเปิดเผยข้อมูลของธนาคารต่อผู้เกี่ยวข้องจะทำผ่านหลายช่องทาง อาทิ การรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ การจัดทำหัวข้อนักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations) บนเว็บไซต์ของธนาคาร (www.scb.co.th) การเข้าร่วมประชุมนักลงทุน (Investor Conference) การเดินทางพบนักลงทุน (Road Show) เป็นต้น
ทั้งนี้ กำหนดเวลาการเปิดเผยข้อมูลของธนาคารโดยทั่วไป ได้แก่การเปิดเผยตามรอบระยะเวลาบัญชีต่อหน่วยงานกำกับดูแลตามที่กฎหมายกำหนดไว้ และการเปิดเผยข้อมูลโดยตรงกับนักลงทุนและนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ โดยจะมีการประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์เป็นประจำทุกไตรมาส นอกจากนี้ ธนาคารจะงดการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลประกอบการของธนาคารแก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ในช่วงเวลา 7 วันก่อนที่ธนาคารจะทำการรายงานผลประกอบการรายไตรมาสต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำหรับการเข้าร่วมประชุมในงานที่จัดโดยหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ รวมทั้งการพบปะนักลงทุนในลักษณะ Non-deal Road Show นั้น ธนาคารจะพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม
นอกจากนี้ เพื่อความโปร่งใส ธนาคารจะเปิดเผยข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ของธนาคารของกรรมการและผู้บริหาร เมื่อมีการแต่งตั้งกรรมการหรือผู้บริหารใหม่ หรือมีการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ด้วย
สำหรับการเผยแพร่ข่าวสารของธนาคารต่อลูกค้าและสาธารณชน นอกจากการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของธนาคารแล้ว ธนาคารจะจัดกิจกรรมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน (Press Conference) และเชิญสื่อมวลชนเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมของธนาคาร เพื่อนำเสนอเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่สำคัญของธนาคารอย่างสม่ำเสมอ
![]()
4.1 การควบคุมภายในเพื่อป้องกันการใช้ข้อมูลภายในของกรรมการและพนักงาน
คณะกรรมการธนาคารกำหนดให้มีการดำเนินการต่าง ๆ เพื่อเปิดเผยและป้องกันการทำรายการที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ รวมถึงการใช้ข้อมูลภายในโดยมิชอบโดยมีวิธีการที่สำคัญดังต่อไปนี้
| ก) | จัดทำจรรยาบรรณของกรรมการธนาคาร รวมถึงจรรยาบรรณของพนักงานที่ครอบคลุมเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน การเก็บรักษาความลับลูกค้า โดยมีการสื่อสารเผยแพร่แก่บุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการถือปฏิบัติโดยทั่วไป |
| ข) | จัดทำหลักเกณฑ์เรื่องการซื้อขายหลักทรัพย์ของกรรมการและระเบียบการซื้อขายหลักทรัพย์ของพนักงาน ไม่ให้มีการใช้ประโยชน์หรือเปิดเผยข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือผู้อื่น |
| ค) | กำหนดระยะเวลาห้ามการซื้อขายหลักทรัพย์และหลักทรัพย์อ้างอิงหุ้นสามัญของธนาคาร (Non-trading Period) ของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบการเงิน โดยกำหนดระยะเวลาห้ามการซื้อขายหลักทรัพย์ของธนาคาร 14 วันก่อนการประกาศงบการเงินรายไตรมาส งบการเงินงวดครึ่งปี และงบการเงินประจำปี รวมถึงกำหนดห้ามกรรมการและผู้บริหารลงทุนในหลักทรัพย์อ้างอิงหุ้นสามัญของธนาคาร |
| ง) |
ทำการเปิดเผยการถือครองหลักทรัพย์ของกรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการ (ตามที่ได้นิยามไว้ใน พรบ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551) โดยกรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการมีหน้าที่จัดทำและรายงานการซื้อขายหลักทรัพย์ของธนาคารภายใน 3 วันทำการหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงมายังธนาคารและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยเลขานุการบริษัทจะทำหน้าที่รวบรวมรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของธนาคารดังกล่าว เพื่อบรรจุเป็นวาระเพื่อทราบในการประชุมกรรมการธนาคารเป็นประจำทุกครั้ง |
4.2 รายการที่เกี่ยวโยงกันและการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์
คณะกรรมการธนาคารรับทราบการดำเนินการของธนาคารในการกำหนดนโยบาย และขั้นตอนการอนุมัติ และดำเนินการรายการที่เกี่ยวโยงกันและรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ดังนี้
| ก) | ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่เกี่ยวข้องกับรายการที่เกี่ยวโยงกัน และรายการที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างเคร่งครัด โดยกรรมการหรือผู้บริหารที่มีความเกี่ยวข้องกับรายการที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์จะไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจพิจารณารายการดังกล่าว พร้อมกันนี้เลขานุการบริษัทเป็นผู้จดรายงานการประชุมและความเกี่ยวข้องของกรรมการหรือผู้บริหารเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ในรายงานการประชุม |
| ข) | กำหนดนโยบายการกำหนดราคา และเงื่อนไขต่าง ๆ ของการทำรายการระหว่างธนาคารกับบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยราคาและเงื่อนไขต่าง ๆ จะต้องเป็นเช่นเดียวกันกับการทำรายการกับบุคคลภายนอก |
| ค) | กำหนดให้คณะกรรมการธนาคาร (โดยไม่รวมกรรมการที่มีส่วนได้เสีย) เป็นผู้มีอำนาจอนุมัติสินเชื่อและการลงทุนในกิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับธนาคาร กรรมการ และผู้มีอำนาจในการจัดการ (ตามที่ได้นิยามไว้ใน พรบ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551) |
| ง) | กำหนดระเบียบการซื้อขายหลักทรัพย์ของพนักงาน ด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติอย่างเหมาะสมในการซื้อขายหลักทรัพย์ของพนักงานในระดับบริหารชั้นสูงขึ้นไป และพนักงานทุกคนที่สังกัดหน่วยงานที่สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลภายในเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ให้แก่ตน เองหรือผู้อื่น ทั้งนี้ ในระเบียบดังกล่าวได้รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพนักงานด้วย |
4.3 รายงานการมีส่วนได้เสีย
ธนาคารกำหนดให้กรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการ (ตามที่ได้นิยามไว้ใน พรบ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551) จัดทำรายงานการมีส่วนได้เสียของตนเองและบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องส่งให้เลขานุการบริษัททุกสิ้นไตรมาสและเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล ซึ่งเลขานุการบริษัทมีหน้าที่จัดเก็บและทำรายงานความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแจ้งไปยังนายกกรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบ เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งข้อมูลดังกล่าว ธนาคารจะนำไปใช้ในการควบคุมดูแลการทำธุรกรรมระหว่างธนาคารกับกรรมการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ และ/หรือ ผู้เกี่ยวข้องของบุคคลดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย