ธนาคารไทยพาณิชย์ เดินหน้าเจาะกลุ่มลูกค้าเวลธ์เต็มสูบ เปิด SCB Investment Center แห่งใหม่ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ให้ความรู้ด้านการเงินการลงทุน

 

                   ธนาคารไทยพาณิชย์ สานต่อยุทธศาสตร์สำคัญขององค์กร “กลับหัวตีลังกา” (Going Upside Down) เปิดฉากเดินหน้ารุกขยายฐานกลุ่มลูกค้าเวลธ์อย่างต่อเนื่องให้เติบโตไปพร้อมกับก้าวใหม่ของธนาคาร มุ่งเน้นการเปลี่ยนประสบการณ์ใหม่ด้านการลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่งให้กับลูกค้า พัฒนาเวลธ์แพลตฟอร์มที่ผสานความแข็งแกร่งของทีมที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการเงินเข้ากับดิจิทัลเทคโนโลยีอันทันสมัย พร้อมชู กลยุทธ์หัวหอกสำคัญขับเคลื่อนธุรกิจ “SCB Investment Center” มิติใหม่แห่งศูนย์บริหารความมั่งคั่งครบวงจร พร้อมเปิดตัว SCB Investment Center แห่งใหม่ล่าสุดสาขาที่ 10 ณ ชั้น 4 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ในคอนเซ็ปต์ CO-INVESTMENT SPHERE ด้วยดีไซน์คลาสสิคลักซ์ชัวรี่แบบอังกฤษ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ด้านการบริหารความมั่งคั่งสำหรับลูกค้ากลุ่มเวลธ์ (Wealth) โดยเฉพาะ ตั้งเป้าสิ้นปี 2561 ขยายฐานลูกค้าและปูทางสู่การเป็นผู้นำด้านเวลธ์แบงก์กิ้งที่เป็นที่หนึ่งในใจลูกค้าเวลธ์ และภายในปี 2562 จะสามารถขยาย SCB Investment Center รวม 60 แห่งในโลเคชั่นสำคัญๆ ทั่วประเทศ 

 

 

 

                  นางสาวศลิษา หาญพานิช ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสาย First และผู้บริหารสาย Segment Management ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “ปัจจุบัน SCB Wealth มีฐานลูกค้าจำนวน 200,000 กว่าราย มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) 1.5 ล้านล้านบาท และเพื่อขานรับกับแนวทางการดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์กลับหัวตีลังกา (Going Upside Down) มุ่งสู่วิสัยทัศน์ของการเป็น “ธนาคารที่น่าชื่นชมที่สุด” (The Most Admired Bank) ธนาคารจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยี พร้อมพัฒนาบุคลากรระดับมืออาชีพ และบริการที่มีคุณภาพ เพื่อเปลี่ยนประสบการณ์ใหม่ด้านการเงินที่ดีขึ้น และตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมที่สุด โดยได้พัฒนาเอสซีบี เวลธ์ แพลตฟอร์ม (SCB Wealth Platform) ขึ้นเพื่อบุกตลาดลูกค้ากลุ่มเวลธ์ ซึ่งครอบคลุม SCB PRIVATE BANKING, SCB FIRST และ SCB PRIME ผ่านกลยุทธ์แกนหลักอันเป็นหัวใจสู่ความสำเร็จ ได้แก่ “SCB Investment Center” มิติใหม่แห่งศูนย์บริหารความมั่งคั่ง เป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ในเรื่องการเงินการลงทุนแบบครบวงจร หัวหอกสำคัญในการเจาะตลาดและเข้าถึงไลฟ์สไตล์ลูกค้าเวลธ์ยุคใหม่ เน้นการเข้าถึงทั้งเรื่องของข้อมูลการลงทุนที่ครอบคลุมถึงโกลบอลมาร์เก็ต (Global Market) แบบเรียลไทม์ โดยมีทีม CIO Office (Chief Investment Office) ที่เป็นเสมือนคลังสมอง และทีม Wealth Personal Banker ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน คอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด และอีกหนึ่งจุดแข็งที่สำคัญ คือ ลูกค้าสามารถเข้าใช้บริการที่ SCB Investment Center ได้ทุกวัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจและกล้าลงทุนมากขึ้น รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนที่หลากหลายและน่าสนใจผ่านแพลตฟอร์ม Open Architecture ที่คัดสรรเป็นพิเศษให้ลูกค้าได้เลือกลงทุนพร้อมผลตอบแทนที่ช่วยเพิ่มความมั่งคั่ง ตอกย้ำบทบาทสำคัญของธนาคารในฐานะ “คู่คิดทางการเงิน” (Trusted Partner)”

 

 

 

                  SCB Investment Center แห่งใหม่ล่าสุด ณ ชั้น 4 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี นับเป็นแห่งที่ 10 ที่เปิดให้บริการแก่กลุ่มลูกค้า SCB Wealth ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ CO-INVESTMENT SPHERE ได้รับการออกแบบในสไตล์คลาสสิคลักซ์ชัวรี่แบบอังกฤษ บนพื้นที่กว่า 224 ตารางเมตร ภายในตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและมั่นคง โดดเด่นด้วยแผนที่โลกบนเพดานกลางห้องที่สื่อถึงการลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่งแบบไร้ขอบเขต ผสานเข้ากับดิจิทัลเทคโนโลยีด้วยโปรแกรมด้านการลงทุนอันทันสมัย เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ด้านการบริหารความมั่งคั่ง สำหรับลูกค้ากลุ่มเวลธ์ (Wealth) โดยเฉพาะ พร้อมบริการสุดพิเศษ อาทิ

 

  • บริการให้คำปรึกษาด้านการลงทุนโดยผู้เชี่ยวชาญ นำโดยทีม CIO Office, SCB Securities และ SCBAM สำหรับบริการนัดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่จะมาตอบข้อสงสัยเชิงลึกด้านการลงทุนให้กับนักลงทุนในแต่ละด้านแบบตัวต่อตัวผ่านระบบ VDO Conference 
  • บริการมุมลงทุนอันทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุนตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงระดับมืออาชีพกับข้อมูลการลงทุนในหุ้นที่ครบครัน พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน และโปรแกรมพิเศษ อาทิ Eikon, Aspen, e-Fin, Bisnews บนจอส่วนตัว
  • บริการตู้นิรภัย ด้วยระบบ Semi-auto อันสวยงามทันสมัย เพื่อปกป้องทรัพย์สินอันมีค่าของลูกค้า SCB Wealth ที่มาใช้บริการ
  • บริการห้องประชุมส่วนตัว เพื่อใช้ปรึกษาด้านการลงุทนและเรื่องธุรกิจ
  • กิจกรรมสัมมนา จากกูรูชื่อดังแถวหน้าของเมืองไทย ที่จะมาคอยให้ความรู้ในทุกด้านของการลงทุน

 

“หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของไทยพาณิชย์ ภายใต้ยุทธศาสตร์ “กลับหัวตีลังกา” (Going Upside Down) คือ การขยายฐานลูกค้ากลุ่มเวลธ์ให้เติบโตไปพร้อมกับก้าวใหม่ของธนาคาร มุ่งมั่นพัฒนาในด้านต่างๆ ทั้งนวัตกรรมเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากรระดับมืออาชีพ และบริการ เพื่อเปลี่ยนประสบการณ์ใหม่ด้านการบริหารความมั่งคั่งที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า โดยคาดว่า ภายใต้กลยุทธ์หลักของ SCB Wealth จะช่วยขยายฐานลูกค้าเวลธ์ และผลักดันให้ธนาคารขึ้นเป็นผู้นำด้านเวลธ์แบงก์กิ้ง สามารถเข้าไปนั่งในใจของลูกค้าเวลธ์ของเมืองไทยภายในปี 2562 โดยแพลนการขยาย SCB Investment Center จะมีทั้งหมดรวม 60 แห่งในโลเคชั่นสำคัญๆ ทั่วประเทศ” นางสาวศลิษา กล่าวเสริม