|
เสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยพร้อมรับมือกับทุกโอกาสและความท้าทายต่างๆ ในปี 2555 รวมทั้งพัฒนาธุรกิจเอสเอ็มอีให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดงานเสวนาในหัวข้อ “ก้าวต่อไป...ของ SME ไทย ปี 2555” เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในหลายแนวทาง ทั้งการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ การวางแผนการตลาดที่เหมาะสม และการสนับสนุนทางการเงินที่ครบวงจร เพิ่มศักยภาพเอสเอ็มอีไทย เตรียมพร้อมรับมือกับทุกโอกาสและความท้าทายทางธุรกิจ ในปี 2555 |

|
นายศิริชัย สมบัติศิริ รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า “เศรษฐกิจไทยในปี 2555 GDP น่าจะยังขยายตัวได้ราว 4.5 – 4.7% แต่ปัญหาวิกฤตหนี้ในยุโรปก็จะยังส่งผลต่อธุรกิจส่งออก กระทบต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนและส่งผลให้ค่าเงินบาทผันผวน โอกาสธุรกิจในปีนี้น่าจะอยู่ในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้จ่ายภายในประเทศ ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการเร่งฟื้นฟูความเสียหายจากอุทกภัยในปี 2554 การก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (AEC) ในปี 2558 ก็นับเป็นโอกาสซึ่งธนาคารเห็นความสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้เอสเอ็มอีปรับตัวได้เร็วและเปลี่ยนทุกความท้าทายให้เป็นโอกาส เพราะเอสเอ็มอีเป็นภาคส่วนสำคัญที่เป็นฐานในการขับเคลื่อนธุรกิจของประเทศ ธนาคารจึงได้ร่วมกับ 2 พันธมิตรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเอสเอ็มอี คือ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จัดเสวนา “ก้าวต่อไปของ SME ไทย 2555”ครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของธนาคารในการสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับลูกค้าอย่างรอบด้าน เพื่อตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในทุกช่วงจังหวะของธุรกิจ เพื่อให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง”
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “ที่ผ่านมาสภาอุตสาหกรรมฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญของเอสเอ็มอีมาโดยตลอด ภายใต้วิสัยทัศน์ในการดำเนินงานเสริมสร้างการพัฒนาศักยภาพภาคอุตสาหกรรมอย่างบูรณาการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระดับสากล เตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงปัจจัยเอื้อเรื่องความสามารถในการแข่งขัน สิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบต่อสังคม อย่างไรก็ตามในปัจจุบันสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังและจับตามองเป็นพิเศษสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี คือ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ส่งผลให้เกิดโอกาสและความท้าทายต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อาทิ วิกฤตจากมหาอุทกภัย การปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ 300 บาท หรือการปรับราคาน้ำมัน ก๊าซ LPG ที่สูงขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC เป็นต้น และด้วยปัจจัยเหล่านี้ สภาอุตสาหกรรมฯ โดยสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) จึงได้ร่วมกับ สสว. และธนาคารไทยพาณิชย์ จัดงานเสวนาในครั้งนี้ขึ้น และจะได้ร่วมมือกันในรูปแบบอื่นๆ ในอนาคตอีกต่อไป โดยสภาอุตสาหกรรมฯ จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงเครือข่ายผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเน้นภาคการผลิตเพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนต่อไป”
“ไทยพาณิชย์ ปรารถนาเป็นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในครั้งนี้ จะสามารถกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีความตื่นตัวและสามารถเตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับความท้าทายที่สามารถเปลี่ยนเป็นโอกาสทางธุรกิจได้อย่างทันท่วงที เพราะเราเชื่อว่าในปี 2555 ยังคงเป็นอีกหนึ่งปีที่ดี และเต็มไปด้วยโอกาสสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ด้วยการผลักดันของภาครัฐและการบริโภคในประเทศ รวมถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในส่วนของธนาคารเองยังคงมุ่งขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคง โดยตั้งเป้าเติบโตสำหรับสินเชื่อในกลุ่มเอสเอ็มอีไว้ที่ 22% หรือคิดเป็นวงเงินสินเชื่อ 50,000 ล้านบาท” นายศิริชัย กล่าวทิ้งท้าย |