ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ("ธนาคาร") มีสำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ 9 ถนนรัชดาภิเษก เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เป็น ธนาคารที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการ ธนาคารพาณิชย์ตาม พระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 และจัดตั้งขึ้นในรูป บริษัทมหาชนจำกัดตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ซึ่งอยู่ภายใต้ การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงการคลัง นอกจากนี้แล้วธนาคาร ยังเป็นบริษัทมหาชนจำกัด ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตาม พระราชบัญญัติ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้จึงทำให้ ธนาคาร ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแล ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ด้วย
ธนาคารเคารพสิทธิในความเป็นส่วนตัวของข้อมูลของท่าน และ ธนาคารเข้าใจดีว่าท่านมีความ ประสงค์ที่จะได้รับความปลอดภัยสูงสุด ในการทำธุรกรรมผ่านเว็บไซต์ของธนาคาร ดังนั้นข้อมูล ของท่านที่ธนาคารได้รับนั้น โดยหลักการแล้วจะถูกนำไปใช้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ของท่านเท่านั้น และธนาคารจะดำเนินมาตรการที่เข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย ตลอดจน จะป้องกันมิให้ มีการนำข้อมูลไปใช้โดยมิได้รับอนุญาตจากท่านก่อน
ท่านมีสิทธิในความเป็นส่วนตัวของข้อมูลของท่าน โดยธนาคารจะไม่อนุญาตให้ มีการเปิดเผย ข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีของท่านนอกจากพนักงานผู้ที่ได้รับอนุญาตของธนาคารบริษัทในเครือ ของธนาคาร และบุคคลที่สามที่ได้รับอนุญาตจากท่านให้ เข้าถึงข้อมูลของท่านตลอดจน จะป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลท่านไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต จากท่านก่อน เว้นแต่
ข้อมูลที่ธนาคารได้รับจากท่าน อาจถูกนำไปใช้ในการปรับปรุงการออกแบบและ การส่งเสริม การตลาดของบริการและสินค้าที่เกี่ยวข้องของธนาคาร อย่างไรก็ตาม ธนาคารรับประกันกับท่าน ว่าข้อมูลส่วนตัวของท่าน จะได้รับการรักษาอย่างเป็นความลับและได้ใช้มาตรฐานความปลอดภัย ชั้นสูง นอกจากนี้แล้ว ธนาคารขอสงวนสิทธิที่จะนำข้อมูลส่วนตัวของท่าน มาใช้ในการวิเคราะห์ ข้อมูลได้ตลอดเวลา และหากมีการแก้ไขใดๆ อันเป็นผลมาจากการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวธนาคาร จะบรรจุการแก้ไขดังกล่าวไว้ในเว็บไซต์ของธนาคาร
ธนาคารจะเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านเพื่อเหตุผลทางธุรกิจบางประการเท่านั้น ธนาคารจะรวบรวม ข้อมูลเกี่ยวกับท่านที่จำเป็นซึ่งขึ้นอยู่กับ ประเภทของบริการที่ท่านใช้ผ่านเว็บไซต์ของธนาคาร ธนาคารจะเก็บรวบรวมรักษา และใช้ข้อมูลเกี่ยวกับท่าน ในกรณีที่ธนาคารพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจของธนาคาร หรือเพื่อให้ท่านได้รับบริการ หรือโอกาสทางการเงินที่ดี จากธนาคาร ธนาคารจะใช้ข้อมูลของท่านเพื่อดูแลบัญชี และประวัติของท่าน หรือเพื่อให้เป็นไป ตามกฎหมาย และกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือเพื่อพัฒนา และปรับปรุงบริการของธนาคาร หรือเพื่อให้ธนาคารเข้าใจความต้องการของท่านได้ดีขึ้นและสามารถคิดค้นพัฒนาบริการของ ธนาคารให้เป็นที่พอใจแก่ท่าน ได้ยิ่งขึ้น
ธนาคารเข้มงวดกับระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อให้ได้มาซึ่งมาตรฐานในการป้องกัน การเข้าถึงข้อมูลของท่าน โดยมิได้รับอนุญาต นอกเหนือไปจากกระบวนการเข้ารหัสการใช้งาน ธนาคารทางอินเตอร์เน็ตตามปกติแล้ว ทางธนาคารไม่มีนโยบายติดต่อไปยังท่าน เพื่อสอบถาม เลขประจำตัว รหัสหรือหมายเลขบัญชี หากท่านพบการกระทำดังกล่าว โปรดแจ้งมาที่ หมายเลขโทรศัพท์ +662-777-7777 หรือ ติดต่อหน่วยงานของธนาคารที่ท่านใช้บริการอยู่
ท่านควรที่จะเก็บเลขประจำตัว และรหัสของท่านไว้เป็นความลับอย่างดีที่สุด อย่าเขียน หรือเปิดเผย ข้อมูลเหล่านี้ต่อบุคคลใด เพื่อเป็นความมั่นใจว่า ท่านจะทราบข้อมูลนี้เพียงคน เดียวเท่านั้น ธนาคารจึงไม่มีนโยบายในการสอบถามรหัสผ่านของท่าน หากท่านสงสัย ว่าเลขประจำตัว และหรือรหัสผ่านของท่านถูกเปิดเผยแก่บุคคลที่สาม หรือสูญหาย หรือถูกขโมย และมีการทำรายการโดยมิได้รับอนุญาต กรุณาแจ้งให้เจ้าหน้าที่ของธนาคาร ทราบทันที
สำหรับลูกค้าบุคคลเมื่อท่านสมัครและลงทะเบียนกับบริการของธนาคารทางอิเล็กทรอนิกส์ ต่างๆ ของธนาคารเรียบร้อยแล้ว ท่านจะได้รับหมายเลขประจำตัวผู้ใช้บริการ (Login Name) และรหัสลับส่วนตัว (Password) (กรณีสมัครใช้บริการที่สาขา) ซึ่งใช้ สำหรับ เข้าสู่ระบบ โดยหมายเลขประจำตัวผู้ใช้บริการ และรหัสลับส่วนตัวที่ อยู่ในซอง จดหมายลับ ควรนำมาทดสอบเข้าใช้บริการธนาคารทางอินเตอร์เน็ตอย่างรวดเร็วเพื่อ เปลี่ยนรหัสลับให้เป็นรหัสลับส่วนตัวเฉพาะของท่านเท่านั้น หลังจากนั้นท่านควรทำลาย เอกสารลับนั้นทันที เพื่อความปลอดภัย
สำหรับลูกค้าธุรกิจนั้น หลังจากท่านสมัคร และลงทะเบียนกับบริการของธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ ของธนาคารเรียบร้อยแล้ว ท่านจะได้รับหมายเลขประจำบริษัท(Corporate ID), หมายเลข ประจำตัวผู้ใช้บริการ (User ID) และรหัสลับส่วนตัว (Password) เพื่อเข้าสู่ระบบธนาคาร ทางอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคาร
ธนาคารจะทราบหมายเลขประจำตัวผู้ใช้บริการ (User ID) และหมายเลขประจำบริษัทของท่าน (Corporate ID) แต่จะไม่ทราบ รหัสลับส่วนตัวของท่าน (Password) ธนาคารได้ให้ความสำคัญ กับระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลเพื่อให้มั่นใจได้ว่า รหัสลับ ส่วนตัวของท่านจะได้รับการป้องกันให้ปลอดภัยอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ท่านควรทราบถึงแนวทางในการป้องกันและ รักษาสิทธิในความเป็นส่วนตัวของข้อมูลท่าน โดยท่านควรปฏิบัติตามคำแนะนำสำหรับการใช้บริการธนาคารทางอิเล็กทรอนิกส์ดัง ต่อไปนี้
เป็นอุปกรณ์สำหรับสร้างรหัสลับ ที่สามารถใช้เข้าระบบได้เพียงครั้งเดียว (One Time Password) โดยก่อนที่ท่านจะใช้อุปกรณ์ Token ได้ท่านจะต้องทราบ "รหัส Token" ก่อนเพื่อใช้เข้าไปสร้างรหัสลับในอุปกรณ์ Token"
ในบางกรณีลูกค้าธุรกิจบางรายจะได้รับ อุปกรณ์ Token พร้อมรหัส Tokenเพื่อใช้สำหรับการเข้าสู่ระบบ และการทำธุรกรรมการเงินโดยจะต้องใช้อุปกรณ์ Token และรหัส Token ร่วมกับการใช้หมายเลขประจำบริษัท (Corporate ID), หมายเลขประจำตัวผู้ใช้บริการ (User ID) และรหัสลับส่วนตัว (Password) ซึ่งท่านจะได้รับอุปกรณ์ Token หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาจากทางธนาคาร
สำหรับท่านที่ได้รับอุปกรณ์ Token และรหัส Token ในการเข้าสู่ระบบท่านควรทราบแนวทางการป้องกัน และ รักษาสิทธิในความเป็นส่วนตัวของข้อมูลของท่าน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้
นอกจากมาตรการ และวิธีการรักษาความปลอดภัยโดยทั่วไปที่กล่าวข้างต้นแล้ว ธนาคารยังใช้ เทคโนโลยีระดับสูงดังต่อไปนี้เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัว ของท่าน
แม้ว่าธนาคารจะมีมาตรฐาน เทคโนโลยีและวิธีการทางด้านการรักษาความปลอดภัย อย่างสูง เพื่อช่วยมิให้มีการเข้าสู่ข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลที่เป็นความลับของท่านโดย ปราศจากอำนาจ ตามที่กล่าวข้างต้นแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นที่ทราบกันอยู่โดยทั่วไปว่า ปัจจุบันนี้ยังมิได้มีระบบรักษา ความปลอดภัยใดๆ ที่จะสามารถปกป้องข้อมูลของท่านได้อย่างเด็ดขาดจากการถูกทำลายหรือ ถูกเข้าถึงโดยบุคคลที่ปราศจากอำนาจได้ ดังนั้นท่านจึงควรปฏิบัติตามมาตรการและวิธีการเสริม ดังต่อไปนี้ด้วยคือ